User name Password  
        สวัสดีค่ะ  อีกไม่กี่วันงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 22  (BOOK EXPO THAILAND 2017)  ก็จะเริ่มแล้วนะคะ  งานก็จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2560 ไปจนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2560  ตั้งแต่เวลา 10-21 น.  ในปีนี้ก็ยังคงจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อีกเช่นเคยค่ะ  
        ในงานก็จะมีสื่อการศึกษาและหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ให้เลือกซื้อเลือกหาในราคาพิเศษ  พร้อมทั้งมีการร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายภายในงาน   นอกจากนี้ ท่านยังได้พบกับนักเขียนชื่อดังมากหน้าหลายตา  ท่านใดสนใจก็ไปเลือกซื้อเลือกหาได้นะคะ
         สำหรับศูนย์ฯของเรา แม้ไม่ได้ไปออกบูธเช่นที่ผ่านมา   แต่เราก็มีสื่อการศึกษาให้บริการมากมาย  สนใจก็ดูรายชื่อในเว็บไซต์นี้แล้วติดต่อมาที่ศูนย์ได้เลยนะคะ  สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

   อีกจิปาถะ   

ดูทั้งหมด »
 
   



 
   



 
 
» ในแต่ละวันท่านใช้สื่อสังคมออนไลน์ใดมากที่สุด
 
  youtube
  facebook
  line
  instagram
   
      » ดูผลโหวต
More Link »
ข่าว
 
     วันนี้ (5 มี.ค.) ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการอิสระเพื่อปฎิรูปการศึกษา(กอปศ.) เสนอโครงการวิจัยและพัฒนากรอบสมรรถนะผู้เรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น(ป.1-3) สำหรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่พบว่า การให้เด็กช่วงชั้นนี้เรียน 8 กลุ่มสาระฯเป็นการเรียนที่มากเกินไป นั้น จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามการจัดการศึกษาพบว่า ทักษะสำคัญของการเรียนระดับชั้น ป.1-3 ควรมุ่งเน้นการอ่าน ออก เขียนได้ เพราะถือเป็นหัวใจหลักสำคัญของการศึกษาระดับพื้นฐาน  ที่จะต้องพัฒนาให้เกิดความเข้มแข็ง ดังนั้นการจะปรับการเรียนการสอนเป็นกี่กลุ่มสาระฯ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)พร้อมปฎิบัติในฐานะที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการจัดทำหลักสูตรการกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
 
 
    “ สพฐ.ก็ได้วางแนวทางไว้ว่า การเรียนในช่วงชั้นที่ 1 (ป.1-3) จะวัดการเรียนรู้ด้านทักษะพื้นฐานของเด็ก อ่านออกเขียนได้และสื่อสารเป็น ส่วนช่วงชั้นที่ 2(ป.4-6) จะเน้นการเรียนรู้สมรรถนะการคิดวิเคราะห์ เพื่อใช้ในการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน สพฐ.ยังวางเป้าหมายการปรับหลักสูตรว่า จะจัดการเรียนการสอนวิชาพื้นฐานแยกจากการเรียนกลุ่มสาระวิชาเลือก ซึ่งในกลุ่มวิชาเลือกนั้นเราจะค้นหาหลักสูตรที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะหลักสูตรอาชีพ เช่น คหกรรม เกษตรกรรม เทคโนโลยี เป็นต้น เพื่อให้เด็กได้เลือกเรียนตามความสนใจ ได้ค้นหาตัวตนเป็นการวางเส้นทางการเรียนในอนาคต โดยน่าจะเริ่มตั้งแต่ชั้น ป.5-6 ไปถึง ม.ต้น  เมื่อเด็กจบ ม.3ไปแล้วสิ่งที่เป็นปัญหามาตลอดว่าเด็กไม่อยากเรียนอาชีวะจะหมดไปทันที เพราะเด็กจะค้นพบตัวเองว่าชอบเรียนสิ่งไหน”เลขาธิการ กพฐ.กล่าวและว่า ทั้งนี้แนวทางการปรับการเรียนการสอนดังกล่าวคงไม่ทำแบบปูพรมพร้อมกันทั้งประเทศ แต่จะค่อย ๆ ดำเนินการตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
 
 
    ด้าน รศ.ดร.พัทธนันท์ หรรษาภิรมย์โชค รองเลขาธิการศูนย์ประสานงานสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือ CHES  กล่าวว่า จากผลการวิจัยการประเมินการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 พบว่าปัญหาส่วนใหญ่ คือ วิธีการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมต่อผู้เรียน และวิธีการวัดและประเมินผลที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนั้นการจะยกเลิกการเรียน 8 กลุ่มสาระจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด แต่ควรปรับแนวทางการจัดการเรียนการสอนให้เป็นการบูรณาการกลุ่มสาระ เพื่อลดจำนวนรายวิชาที่เรียน เช่น บูรณาการระหว่างกลุ่มสาระแบบ STEM ซึ่งเป็นวิธีการสอนแบบใหม่ที่มุ่งให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงหลายมิติ ทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและคณิตศาสตร์  รวมถึงต้องปรับแนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ให้เป็นแบบบูรณาการกลุ่มสาระด้วย เพื่อลดจำนวนครั้งของการสอบลง และยังเป็นการต่อยอดการเรียนรู้มากกว่าการกำหนดหลักสูตรขึ้นมาใหม่ด้วย
 
 
 
 
 
 
ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/630548
 
ส่วนจัดการทรัพยากร ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0-2354-5730-40 ต่อ 114,115 แฟกซ์. 0-2354-5724
ติดต่อ webmaster:webmaster@cet-media.com เช็คอีเมล์