User name Password  
      สวัสดีค่ะ  ปีใหม่ 2560   ใกล้จะมาถึงแล้วนะคะ  พร้อมกับสายลมหนาว และวันหยุด 4 วัน  ท่านสมาชิกจะไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างคะ  ถ้าไปเที่ยวก็ขอให้ทุกท่านมีความสุข สนุกสนานกันทุกๆ คนนะคะ   พูดถึงปีใหม่แล้ว  ในชีวิตเราก็จะมีสิ่งใหม่ ๆ ดีๆ  เข้ามาในชีวิตกันนะคะ  
       วกเข้ามาที่เว็บของเรากันบ้าง  ตอนนี้เราก็จะมี คอลัมน์วิดีโอ ออนดีมานด์  มาให้ท่านได้รับชมกันอีกแล้วค่ะ  ท่านที่เป็นสมาชิกอยู่แล้วก็ใส่รหัสแล้วรับชมได้เลย  แต่ท่านที่ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกของเว็บเรา  ท่านสามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ โดยกดปุ่มสมัครสมาชิก   ด้านบนคอลัมน์วิดีโอ ออน ดีมานด์ ได้ค่ะ        หวังว่าคงจะได้รับชมกันนะคะ   แล้วพบกันใหม่ค่ะ  สวัสดีค่ะ

   อีกจิปาถะ   

ดูทั้งหมด »
 
   



 
   



 
 
» ในแต่ละวันท่านใช้สื่อสังคมออนไลน์ใดมากที่สุด
 
  youtube
  facebook
  line
  instagram
   
      » ดูผลโหวต
More Link »
ข่าว
 
ได้มอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีและการสื่อสาร สำนักงานปลัด ศธ.รวบรวมข้อมูลนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษาทั้งในระบบโรงเรียน และนอกระบบโรงเรียน จำแนกตามสังกัด และชั้น ปีการศึกษา 2559 พบว่า มีนักเรียนระดับอนุบาล 1 หรืออนุบาล 3 ขวบ จำนวน 251,192 คน คิดเป็น 32% ของเด็กอายุ 3 ขวบทั้งหมดประมาณ 780,000 คน โดยพบว่าหน่วยงานในสังกัด ศธ.จัดการศึกษาระดับอนุบาล 3 ขวบ มากที่สุด 191,137 คน คิดเป็น 76.09% ของจำนวนนักเรียนระดับอนุบาล 3 ขวบทั้งหมด แบ่งเป็น สังกัดสำนักงานคณะกรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 188,344 คน คิดเป็น 74.98% สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 1,536 คน คิดเป็น 0.61% และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (โรงเรียนสาธิต) 1,257 คน คิดเป็น 0.05%, สังกัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) 60,055 คน คิดเป็น 23.91% แบ่งเป็น โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 59,311 คน คิดเป็น 23.61% และโรงเรียนสังกัดเมืองพัทยา 744 คน คิดเป็น 0.30% และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไม่พบข้อมูลการจัดการศึกษาระดับอนุบาล 3 ขวบ
 
 
   นายชัยพฤกษ์กล่าวต่อว่า จากข้อมูลดังกล่าวจะพบว่ายังมีเด็กอายุ 3 ขวบ ที่ยังไม่เข้าสู่ระบบการศึกษาอีกประมาณ 528,808 คน ซึ่งหน่วยงานที่จัดการศึกษาระดับปฐมวัยอยู่แล้ว จะต้องช่วยกันรับเด็กเข้าเรียนเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญ โดยในส่วน สพฐ.จะไม่เปิดห้องเรียนเพิ่ม ให้ใช้วิธีการบริหารจัดการห้องเรียนที่มีอยู่ให้เพียงพอต่อการรับเด็กเข้าเรียน และไม่เน้นการจ้างครูเพิ่ม โดยให้ใช้วิธีการเกลี่ยครูที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้น สิ่งที่ สพฐ.จะต้องทำต่อไปคือ การรับครูใหม่ ต้องเน้นครูที่จบสาขาปฐมวัยให้มากขึ้น รวมถึง พัฒนาครูเดิมให้มีศักยภาพในการสอนตรงตามวัตถุประสงค์ โดย ศธ.จะกำหนดหลักสูตรแกนกลางที่ใช้ร่วมกันทุกสังกัด เพื่อรับประกันให้ได้ว่าการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยจะได้มาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ
 
 
    “ช่วงนี้ถือเป็นการเตรียมพร้อม หากรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ จะต้องเริ่มดำเนินการทันที โดยรัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณเพิ่มอีกปีละประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรายหัว 1,700 บาทต่อคนต่อปี อย่างไรก็ตาม เท่าที่พูดคุยกับผู้บริหารโรงเรียนเอกชน ส่วนใหญ่เห็นด้วยในภาพรวม แต่ขอให้แบ่งการรับเด็กตามเขตพื้นที่บริการให้ชัดเจน และขอให้ สพฐ.ไม่จัดการศึกษาระดับอนุบาล 3 ขวบในพื้นที่ที่ทับซ้อนกับ สช.และ อปท.ซึ่งผมคิดว่าไม่มีปัญหา เพราะโรงเรียนเอกชน และ อปท.ส่วนใหญ่อยู่ในเขตเมือง หรือเทศบาล ขณะที่ สพฐ.เน้นจัดการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสให้กับเด็กชนบท ทั้งนี้ นโยบาย ศธ.เด็กทุกคนต้องมีที่เรียน สำหรับเด็กเล็กขอให้เน้นเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน เพื่อความสะดวก และให้ผู้ปกครองสามารถดูแลได้ใกล้ชิด” นายชัยพฤกษ์ กล่าว
 
 
 
 
 
 
 
ที่มา มติชนรายวัน  เผยแพร่ 27 ก.พ. 60
         http://www.matichon.co.th/news/478675
 
 
ส่วนจัดการทรัพยากร ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0-2354-5730-40 ต่อ 114,115 แฟกซ์. 0-2354-5724
ติดต่อ webmaster:webmaster@cet-media.com เช็คอีเมล์