สวัสดีค่ะ  ตอนนี้เริ่มเข้าสู่หน้าหนาวแล้วนะคะ   โดยเฉพาะจังหวัดในภาคเหนือ และภาคอีสาน  เช่นที่จังหวัดเลย   ว่ากันว่าตอนนี้อุณหภูมิลดลงถึง 10 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว    ก็ขอให้ทุกๆ ท่านรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ 
 
         สำหรับบางท่านที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาว และบรรยากาศสดชื่น เพื่อเพิ่มพลังให้กับชีวิต  ฤดูนี้ก็เป็นฤดูท่องเที่ยว  ท่านก็อาจจะมีแพลนไปท่องเที่ยวที่ต่างจังหวัดกัน  ทางเราก็ขอให้ท่านเที่ยวให้สนุก  มีความสุขสดชื่นตลอดทริป  แล้วก็เดินทางปลอดภัยกันถ้วนหน้า   แล้วกลับมาทักทายกันใหม่นะคะ   สวัสดีค่ะ
 

   อีกจิปาถะ   

ดูทั้งหมด »
 
   



 
   



 
 
» ปัจจุบันท่านรับชมสื่อการศึกษาของศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษาด้วยช่องทางใดมากที่สุด
 
  รับชมทาง youtube
  รับชมทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ ETV
  รับชมทาง VCD/DVD
  รับชมทุกช่องทาง
  ไม่ได้รับชมเลย
   
      » ดูผลโหวต
More Link »
สาระน่ารู้
 
   ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันและสถาบันวิจัยสคริปส์ของสหรัฐฯ เผยผลการศึกษาล่าสุดในวารสาร Nature ซึ่งชี้ว่า มหาสมุทรทั่วโลกดูดซับความร้อนส่วนเกินจากปรากฏการณ์เรือนกระจกเอาไว้มากกว่าที่เคยคาดกันถึง 60% ทำให้ความพยายามที่จะหยุดยั้งภาวะโลกร้อนเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น
 
 
   ตลอดระยะเวลา 25 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงระหว่างปี 1991-2016 ที่ผ่านมา ทีมผู้วิจัยพบว่ามหาสมุทรได้ดูดซับพลังงานความร้อนส่วนเกินของโลกไปถึงปีละกว่า 13 เซตตะจูล (Zettajoules) หรือเท่ากับหน่วยพลังงานที่มีค่าเป็นเลข 13 ตามด้วยเลขศูนย์ 21 ตัว
 
 
   พลังงานความร้อนดังกล่าวทำให้มหาสมุทรมีอุณหภูมิสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 6.5 องศาเซลเซียสต่อรอบหนึ่งทศวรรษ ซึ่งนับว่าสูงกว่าค่าประมาณการของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ของสหประชาชาติ ที่เผยออกมาเมื่อปี 2014 ซึ่งค่าประมาณการเดิมคาดว่ามหาสมุทรมีอุณหภูมิสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 4.5 องศาเซลเซียสต่อรอบหนึ่งทศวรรษ
 
 
   พลังงานความร้อนที่มหาสมุทรดูดซับจากพื้นผิวและบรรยากาศโลกในแต่ละปี คิดเป็น 150 เท่าของพลังงานที่ใช้ผลิตไฟฟ้าทั่วโลกในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งนับเป็นปริมาณความร้อนที่สูงกว่าค่าประมาณการเดิมถึง 60%
 
 
   ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ทราบเพียงว่า มหาสมุทรดูดซับความร้อนส่วนเกินที่เกิดจากภาวะโลกร้อนไปทั้งหมดราว 90% แต่ไม่ทราบถึงแนวโน้มตัวเลขของค่าพลังงานความร้อนในแต่ละปีอย่างแน่นอน ทำให้ยากที่จะประมาณการเพื่อวางแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้อย่างถูกต้อง
 
 
   ดร. ลอร์ เรสแพลนดี ผู้นำทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันบอกว่า ผลการค้นพบนี้ทำให้น่าเป็นห่วงว่าประชาคมนานาชาติจะไม่สามารถบรรลุถึงเป้าหมายของ IPCC ซึ่งมุ่งควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสได้
 
 
   “แผนการหยุดยั้งภาวะโลกร้อน ที่จะจำกัดไม่ให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสจากระดับในช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรมนั้น เดิมก็ถือว่าเป็นไปได้ยากมากอยู่แล้ว แต่การค้นพบของเรายิ่งชี้ว่า แผนการนี้มีความยากลำบากยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เพราะความร้อนในมหาสมุทรทำให้โลกรองรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้น้อยลง” ดร. เรสแพลนดีกล่าว
 
 
   นอกจากนี้ มหาสมุทรที่ร้อนขึ้นจะปลดปล่อยก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามากขึ้น ทำให้ระบบนิเวศใต้ทะเลได้รับผลกระทบจากปริมาณออกซิเจนที่ลดต่ำลง การขยายตัวของน้ำเนื่องจากความร้อน (Thermal expansion) ยังทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงเร็วขึ้นอีกด้วย
 
 
   ทั้งนี้ ทีมผู้วิจัยใช้วิธีตรวจวัดความร้อนในมหาสมุทรที่แม่นยำมากขึ้นในการศึกษาครั้งล่าสุด โดยนอกจากจะใช้ข้อมูลของทุ่นสำรวจติดเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิและความเค็มของน้ำทะเลในโครงการ Argo เกือบ 4,000 ตัว ที่ติดตั้งอยู่ทั่วโลกแล้ว ยังใช้การวัดปริมาณออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ ซึ่งมหาสมุทรคายออกมาเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นอีกด้วย ซึ่งวิธีนี้ทำให้ทราบถึงข้อมูลเก่าที่ย้อนหลังไปได้หลายปี และนำมาคำนวณเพื่อทราบถึงความร้อนที่เพิ่มขึ้นในท้องทะเลได้
 
 
   ดร. เรสแพลนดียังเตือนว่า พลังงานความร้อนมหาศาลที่มหาสมุทรดูดซับเอาไว้นั้น อาจถูกคายกลับคืนออกมาได้อีกในช่วงหลายร้อยปีข้างหน้า ตามวงจรการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำที่ควบคุมการดูดซับและคายความร้อนของมหาสมุทร ซึ่งหมายความว่าการหยุดยั้งภาวะโลกร้อนในอนาคตหลายศตวรรษข้างหน้า มีสถานการณ์ยากลำบากที่น่ากลัวรออยู่
 
 
 
 
 
ที่มา :   BBCไทย
           https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_1782966
           GETTY IMAGES
 
 
ส่วนจัดการทรัพยากร ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0-2354-5730-40 ต่อ 114,115 แฟกซ์. 0-2354-5724
ติดต่อ webmaster:webmaster@cet-media.com เช็คอีเมล์