สวัสดีค่ะ  อีกไม่กี่วันงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 22  (BOOK EXPO THAILAND 2017)  ก็จะเริ่มแล้วนะคะ  งานก็จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2560 ไปจนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2560  ตั้งแต่เวลา 10-21 น.  ในปีนี้ก็ยังคงจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อีกเช่นเคยค่ะ  
        ในงานก็จะมีสื่อการศึกษาและหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ให้เลือกซื้อเลือกหาในราคาพิเศษ  พร้อมทั้งมีการร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายภายในงาน   นอกจากนี้ ท่านยังได้พบกับนักเขียนชื่อดังมากหน้าหลายตา  ท่านใดสนใจก็ไปเลือกซื้อเลือกหาได้นะคะ
         สำหรับศูนย์ฯของเรา แม้ไม่ได้ไปออกบูธเช่นที่ผ่านมา   แต่เราก็มีสื่อการศึกษาให้บริการมากมาย  สนใจก็ดูรายชื่อในเว็บไซต์นี้แล้วติดต่อมาที่ศูนย์ได้เลยนะคะ  สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

   อีกจิปาถะ   

ดูทั้งหมด »
 
   



 
   

กล้วย ...จากพืชเศรษฐกิจเงินล้านสู่อุตสาหกรรมการแปรรูป

ของกินบ้านๆที่คนไทยเราคุ้นเคยกันมาแต่ไหนแต่ไรอย่างกล้วย ไม่ว่าจะเป็น กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่  กล้วยหอม กล้วยเล็บมือนาง กล้วยหักมุก และอีกหลายๆพันธ์ุ เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ที่คนไทยรู้จักและใช้กันมาช้านาน  สารอาหารสำคัญในกล้วยก็คือ สารเซโรโทนิน (Serotonin)  ซึ่งดีต่อระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพากระเพาะะอาหาร และลำไส้เล็ก


"ควินัว" ธัญพืชแห่งความหวัง

ใครที่เป็นสายกินคลีน หรือรักสุขภาพ ต้องรู้จักกับธัญพืชที่ชื่อว่า ควินัว กันอย่างแน่นอนใช่ไหมคะ แต่ถ้าใครยังงงๆ ว่าควินัวคืออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร และมีประโยชน์อย่างไร  วันนี้จะพามาทำความรู้จักกับควินัว ธัญพืชแห่งความหวัง ที่ว่านี้กันค่ะ


รถติดทีไรทั้งเครียด ทั้งเมื่อย

ฝนที่ตกในเวลานี้ ทำให้หลายคนประสบปัญหารถติด จากสภาพการจราจรที่คับคั่ง ทำให้คุณเบื่อหน่าย เครียดหงุดหงิดและวิตกกังวล ภาวะเหล่านี้ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพกายและใจ วันนี้เรามีท่าบริหารง่าย ๆ เพื่อช่วยให้คุณคลายความปวดเมื่อยได้ แถมยังทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และจิตใจสงบ ขจัดอารมณ์ขุ่นมัวในช่วงที่รถติดไปได้ ลองจำท่านวดกดจุดเหล่านี้ไปแก้หงุดหงิดและคลายความเมื่อยล้ากันหน่อยนะคะ

 


 
 
» ในแต่ละวันท่านใช้สื่อสังคมออนไลน์ใดมากที่สุด
 
  youtube
  facebook
  line
  instagram
   
      » ดูผลโหวต
More Link »
สาระน่ารู้
 
ซึ่งแต่ละค่ายก็มีแนวทางและเทคนิคในการพัฒนาแตกต่างกันออกไป เพื่อผลิตควอนตัมคอมพิวเตอร์ออกวางตลาดให้คนทั่วไปใช้งานได้จริงในวงกว้าง
 
 
    ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะช่วยมนุษย์ไขความลับของจักรวาลได้หรือไม่?
ควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่คำนวณได้เร็วยิ่งกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์หลายพันเท่านั้น จะช่วยให้คนเราไขปัญหาซับซ้อน เช่นสามารถจะคิดค้นยารักษาโรคชนิดใหม่ได้เร็วขึ้น ปลดล็อกระบบความปลอดภัยที่เข้ารหัสไว้แน่นหนา ออกแบบวัสดุใหม่ ๆ รวมทั้งพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่มีความฉลาดสูงยิ่งขึ้นได้อีกด้วย
 
 
   เราอาจจะใช้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ค้นหาโมเลกุลที่รักษาโรคทางพันธุกรรมได้ / Getty Images
ผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่างกูเกิล ไอบีเอ็ม อินเทล ไมโครซอฟท์ หรือ ริเก็ตติ (Rigetti) ต่างก็พัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ในแนวทางของตน ซึ่งอาจแบ่งออกได้เป็น 4 แบบหลัก มีตั้งแต่แบบที่ใช้อนุภาคของแสง (โฟตอน) ไปจนถึงแบบที่ใช้การกักประจุไฟฟ้า ตัวนำยิ่งยวด และเพชรที่มีอะตอมไนโตรเจนเจือปนอยู่
 
 
   ควอนตัมคอมพิวเตอร์คืออะไร?
   หน่วยพื้นฐานของข้อมูลสำหรับคอมพิวเตอร์ธรรมดาทั่วไปคือเลขฐานสอง ซึ่งได้แก่ 0 กับ 1 อันเป็นสัญลักษณ์แทนการเปิดและปิดวงจรไฟฟ้า แต่หน่วยพื้นฐานของข้อมูลในควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่าคิวบิต (Qubit) คืออนุภาคมูลฐานในอะตอมเช่นอิเล็กตรอน ซึ่งอนุภาคเหล่านี้มีคุณสมบัติพิเศษสามารถอยู่ในสองสถานะได้ในเวลาเดียวกัน ตามหลักการทับซ้อนทางควอนตัม (Superposition)
 
 
   คุณสมบัติดังกล่าวทำให้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ อย่างที่มาร์ติน ไจล์ บรรณาธิการนิตยสาร MIT Technology Review บอกไว้ว่า “ถ้าคุณมีควอนตัมคอมพิวเตอร์ระดับ 2 คิวบิต และได้เพิ่มประสิทธิภาพขึ้นเป็น 4 คิวบิตในภายหลัง การทำเช่นนี้ไม่ได้เพิ่มขีดความสามารถของสมองกลขึ้นอีกเท่าตัว แต่ถือเป็นการเพิ่มแบบยกกำลังเลยทีเดียว”
 
 
   นักวิทยาการคอมพิวเตอร์บางคนเปรียบเทียบว่า การประมวลผลแบบควอนตัมนั้นเหมือนกับการที่เราสามารถเดินไปตามเส้นทางต่าง ๆ ที่ซับซ้อนในเขาวงกตได้พร้อมกันหลายเส้นทางในขณะเดียว
 
 
   นอกจากนี้ อนุภาคที่เป็นหน่วยข้อมูลพื้นฐานของควอนตัมคอมพิวเตอร์ยังสามารถส่งอิทธิพลถึงกันได้ แม้จะไม่ได้สัมผัสหรือเชื่อมต่อกันทางกายภาพก็ตาม ซึ่งปรากฏการณ์นี้เป็นไปตามหลักการความพัวพันเชิงควอนตัม (Quantum entanglement) ที่ทำให้เกิดการคำนวณอย่างก้าวกระโดดได้
 
 
   มุ่งค้นคว้าหาความเสถียร
   อย่างไรก็ตาม หน่วยพื้นฐานของข้อมูลในควอนตัมคอมพิวเตอร์หรือคิวบิตนั้นมีความเสถียรต่ำ อาจถูกรบกวนจากแหล่งพลังงานภายนอกได้ทุกเมื่อ จนเกิดความผิดพลาดในการประมวลผลได้
 
 
   สำหรับปัญหานี้ยักษ์ใหญ่อย่างไอบีเอ็มเชื่อว่า เทคโนโลยี Transmon ซึ่งลดระดับความอ่อนไหวของคิวบิตนำไฟฟ้ายิ่งยวด (Superconducting qubits ) ไม่ให้ถูกรบกวนจากพลังงานภายนอกได้โดยง่าย น่าจะเป็นทางออกที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดในเรื่องนี้ โดยปัจจุบันไอบีเอ็มได้พัฒนาชิปประมวลผลต้นแบบในลักษณะนี้แล้วถึง 3 แบบด้วยกัน
 
 
   ล่าสุดไอบีเอ็มเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใช้งานควอนตัมคอมพิวเตอร์ของตนซึ่งอยู่ในระบบคลาวด์ได้ โดยปัจจุบันมีผู้เข้าใช้งานแล้วกว่า 94,000 คน โดยใช้ทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ไปกว่า 5 ล้านครั้ง และเกิดผลงานเป็นบทความวิชาการทั้งสิ้น 110 ชิ้น
 
 
    แต่ข้อเสียของควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ไอบีเอ็มพัฒนาขึ้นนี้ อยู่ที่การมีขนาดใหญ่เทอะทะและต้องเก็บรักษาในตู้ทำความเย็นขนาดใหญ่ให้อุณหภูมิอยู่ในระดับศูนย์สัมบูรณ์ตลอดเวลา ซึ่งต้องใช้พลังงานมหาศาลและยากที่จะทำให้คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงอีกได้
 
 
   ศ. โจเซฟ ฟิตซ์ไซมอน จากศูนย์เทคโนโลยีควอนตัมของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์มองว่า “แม้จะเป็นไปได้ว่า เทคโนโลยีคิวบิตนำไฟฟ้ายิ่งยวดของไอบีเอ็มจะเป็นรายแรก ๆ ที่ถูกนำออกใช้งานในวงกว้างได้จริง แต่ดูไปแล้วก็คล้ายกับหลอดสุญญากาศที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ยุคแรกเริ่ม มากกว่าจะคล้ายกับทรานซิสเตอร์ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในภายหลัง”
 
 
   นอกจากไอบีเอ็มแล้ว ไมโครซอฟท์และนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันนีลส์บอร์ของเดนมาร์ก ก็กำลังร่วมกันคิดค้นคิวบิตที่มีความเสถียรด้วยอนุภาค Majorana บางทีมวิจัยบุกเบิกวิธีกักคิวบิตเอาไว้ในซิลิคอน ส่วนทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดกำลังมองหาวิธีเชื่อมต่อควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่มีคิวบิตหน่วยเล็ก ๆ เข้าด้วยกัน แทนการคิดค้นคอมพิวเตอร์ที่มีคิวบิตจำนวนมากในเครื่องเดียว
 
 
   คอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมยังมีอนาคตอยู่หรือไม่?
   เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา Ewin tang นักศึกษาวิจัยระดับปริญญาเอกวัย 18 ปี จากมหาวิทยาลัยเทกซัสวิทยาเขตออสตินของสหรัฐฯ ได้สร้างความฮือฮา ด้วยการคิดค้นอัลกอริทึมที่ทำให้คอมพิวเตอร์ธรรมดาคิดแก้ปัญหาได้รวดเร็วทัดเทียมกับควอนตัมคอมพิวเตอร์
 
 
   อัลกอริทึมดังกล่าวจัดว่าเป็นแบบดั้งเดิมที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ทั่วไป ซึ่งสามารถสร้างสมองกลที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าโดยประมวลผลจากข้อมูลของผู้บริโภคได้
 
 
   ศ. สกอตต์ แอรอนสัน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของ Ewin tang มองว่า ผลงานที่น่าทึ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมยังคงไม่ถึงทางตัน และสามารถจะไปต่อได้ แม้หลายฝ่ายจะหันไปมุ่งพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์กันแล้วก็ตาม ดังเช่นที่สหภาพยุโรปกำลังพัฒนา Exascale คอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมรุ่นใหม่ที่สามารถคำนวณได้เร็วถึงพันล้านพันล้านครั้ง ( 10 ยกกำลัง 18 ) ต่อวินาที
 
 
  “คอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมยังคงพัฒนาไปได้อีก แต่ถ้านำเอาประสิทธิภาพของ Exascale ไปเทียบกับควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลได้เร็วถึง 10 ยกกำลัง 1,000 ครั้งต่อวินาทีแล้ว ก็ถือว่ายังห่างไกลกันมาก” ศ. แอรอนสันกล่าว
 
 
 
 
ที่มา : https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_1530471
 
ส่วนจัดการทรัพยากร ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0-2354-5730-40 ต่อ 114,115 แฟกซ์. 0-2354-5724
ติดต่อ webmaster:webmaster@cet-media.com เช็คอีเมล์