สวัสดีค่ะ  อีกไม่กี่วันงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 22  (BOOK EXPO THAILAND 2017)  ก็จะเริ่มแล้วนะคะ  งานก็จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2560 ไปจนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2560  ตั้งแต่เวลา 10-21 น.  ในปีนี้ก็ยังคงจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อีกเช่นเคยค่ะ  
        ในงานก็จะมีสื่อการศึกษาและหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ให้เลือกซื้อเลือกหาในราคาพิเศษ  พร้อมทั้งมีการร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายภายในงาน   นอกจากนี้ ท่านยังได้พบกับนักเขียนชื่อดังมากหน้าหลายตา  ท่านใดสนใจก็ไปเลือกซื้อเลือกหาได้นะคะ
         สำหรับศูนย์ฯของเรา แม้ไม่ได้ไปออกบูธเช่นที่ผ่านมา   แต่เราก็มีสื่อการศึกษาให้บริการมากมาย  สนใจก็ดูรายชื่อในเว็บไซต์นี้แล้วติดต่อมาที่ศูนย์ได้เลยนะคะ  สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

   อีกจิปาถะ   

ดูทั้งหมด »
 
   



 
   



 
 
» ในแต่ละวันท่านใช้สื่อสังคมออนไลน์ใดมากที่สุด
 
  youtube
  facebook
  line
  instagram
   
      » ดูผลโหวต
More Link »
สาระน่ารู้
 
ซึ่งแต่ละค่ายก็มีแนวทางและเทคนิคในการพัฒนาแตกต่างกันออกไป เพื่อผลิตควอนตัมคอมพิวเตอร์ออกวางตลาดให้คนทั่วไปใช้งานได้จริงในวงกว้าง
 
 
    ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะช่วยมนุษย์ไขความลับของจักรวาลได้หรือไม่?
ควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่คำนวณได้เร็วยิ่งกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์หลายพันเท่านั้น จะช่วยให้คนเราไขปัญหาซับซ้อน เช่นสามารถจะคิดค้นยารักษาโรคชนิดใหม่ได้เร็วขึ้น ปลดล็อกระบบความปลอดภัยที่เข้ารหัสไว้แน่นหนา ออกแบบวัสดุใหม่ ๆ รวมทั้งพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่มีความฉลาดสูงยิ่งขึ้นได้อีกด้วย
 
 
   เราอาจจะใช้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ค้นหาโมเลกุลที่รักษาโรคทางพันธุกรรมได้ / Getty Images
ผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่างกูเกิล ไอบีเอ็ม อินเทล ไมโครซอฟท์ หรือ ริเก็ตติ (Rigetti) ต่างก็พัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ในแนวทางของตน ซึ่งอาจแบ่งออกได้เป็น 4 แบบหลัก มีตั้งแต่แบบที่ใช้อนุภาคของแสง (โฟตอน) ไปจนถึงแบบที่ใช้การกักประจุไฟฟ้า ตัวนำยิ่งยวด และเพชรที่มีอะตอมไนโตรเจนเจือปนอยู่
 
 
   ควอนตัมคอมพิวเตอร์คืออะไร?
   หน่วยพื้นฐานของข้อมูลสำหรับคอมพิวเตอร์ธรรมดาทั่วไปคือเลขฐานสอง ซึ่งได้แก่ 0 กับ 1 อันเป็นสัญลักษณ์แทนการเปิดและปิดวงจรไฟฟ้า แต่หน่วยพื้นฐานของข้อมูลในควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่าคิวบิต (Qubit) คืออนุภาคมูลฐานในอะตอมเช่นอิเล็กตรอน ซึ่งอนุภาคเหล่านี้มีคุณสมบัติพิเศษสามารถอยู่ในสองสถานะได้ในเวลาเดียวกัน ตามหลักการทับซ้อนทางควอนตัม (Superposition)
 
 
   คุณสมบัติดังกล่าวทำให้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ อย่างที่มาร์ติน ไจล์ บรรณาธิการนิตยสาร MIT Technology Review บอกไว้ว่า “ถ้าคุณมีควอนตัมคอมพิวเตอร์ระดับ 2 คิวบิต และได้เพิ่มประสิทธิภาพขึ้นเป็น 4 คิวบิตในภายหลัง การทำเช่นนี้ไม่ได้เพิ่มขีดความสามารถของสมองกลขึ้นอีกเท่าตัว แต่ถือเป็นการเพิ่มแบบยกกำลังเลยทีเดียว”
 
 
   นักวิทยาการคอมพิวเตอร์บางคนเปรียบเทียบว่า การประมวลผลแบบควอนตัมนั้นเหมือนกับการที่เราสามารถเดินไปตามเส้นทางต่าง ๆ ที่ซับซ้อนในเขาวงกตได้พร้อมกันหลายเส้นทางในขณะเดียว
 
 
   นอกจากนี้ อนุภาคที่เป็นหน่วยข้อมูลพื้นฐานของควอนตัมคอมพิวเตอร์ยังสามารถส่งอิทธิพลถึงกันได้ แม้จะไม่ได้สัมผัสหรือเชื่อมต่อกันทางกายภาพก็ตาม ซึ่งปรากฏการณ์นี้เป็นไปตามหลักการความพัวพันเชิงควอนตัม (Quantum entanglement) ที่ทำให้เกิดการคำนวณอย่างก้าวกระโดดได้
 
 
   มุ่งค้นคว้าหาความเสถียร
   อย่างไรก็ตาม หน่วยพื้นฐานของข้อมูลในควอนตัมคอมพิวเตอร์หรือคิวบิตนั้นมีความเสถียรต่ำ อาจถูกรบกวนจากแหล่งพลังงานภายนอกได้ทุกเมื่อ จนเกิดความผิดพลาดในการประมวลผลได้
 
 
   สำหรับปัญหานี้ยักษ์ใหญ่อย่างไอบีเอ็มเชื่อว่า เทคโนโลยี Transmon ซึ่งลดระดับความอ่อนไหวของคิวบิตนำไฟฟ้ายิ่งยวด (Superconducting qubits ) ไม่ให้ถูกรบกวนจากพลังงานภายนอกได้โดยง่าย น่าจะเป็นทางออกที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดในเรื่องนี้ โดยปัจจุบันไอบีเอ็มได้พัฒนาชิปประมวลผลต้นแบบในลักษณะนี้แล้วถึง 3 แบบด้วยกัน
 
 
   ล่าสุดไอบีเอ็มเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใช้งานควอนตัมคอมพิวเตอร์ของตนซึ่งอยู่ในระบบคลาวด์ได้ โดยปัจจุบันมีผู้เข้าใช้งานแล้วกว่า 94,000 คน โดยใช้ทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ไปกว่า 5 ล้านครั้ง และเกิดผลงานเป็นบทความวิชาการทั้งสิ้น 110 ชิ้น
 
 
    แต่ข้อเสียของควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ไอบีเอ็มพัฒนาขึ้นนี้ อยู่ที่การมีขนาดใหญ่เทอะทะและต้องเก็บรักษาในตู้ทำความเย็นขนาดใหญ่ให้อุณหภูมิอยู่ในระดับศูนย์สัมบูรณ์ตลอดเวลา ซึ่งต้องใช้พลังงานมหาศาลและยากที่จะทำให้คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงอีกได้
 
 
   ศ. โจเซฟ ฟิตซ์ไซมอน จากศูนย์เทคโนโลยีควอนตัมของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์มองว่า “แม้จะเป็นไปได้ว่า เทคโนโลยีคิวบิตนำไฟฟ้ายิ่งยวดของไอบีเอ็มจะเป็นรายแรก ๆ ที่ถูกนำออกใช้งานในวงกว้างได้จริง แต่ดูไปแล้วก็คล้ายกับหลอดสุญญากาศที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ยุคแรกเริ่ม มากกว่าจะคล้ายกับทรานซิสเตอร์ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในภายหลัง”
 
 
   นอกจากไอบีเอ็มแล้ว ไมโครซอฟท์และนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันนีลส์บอร์ของเดนมาร์ก ก็กำลังร่วมกันคิดค้นคิวบิตที่มีความเสถียรด้วยอนุภาค Majorana บางทีมวิจัยบุกเบิกวิธีกักคิวบิตเอาไว้ในซิลิคอน ส่วนทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดกำลังมองหาวิธีเชื่อมต่อควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่มีคิวบิตหน่วยเล็ก ๆ เข้าด้วยกัน แทนการคิดค้นคอมพิวเตอร์ที่มีคิวบิตจำนวนมากในเครื่องเดียว
 
 
   คอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมยังมีอนาคตอยู่หรือไม่?
   เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา Ewin tang นักศึกษาวิจัยระดับปริญญาเอกวัย 18 ปี จากมหาวิทยาลัยเทกซัสวิทยาเขตออสตินของสหรัฐฯ ได้สร้างความฮือฮา ด้วยการคิดค้นอัลกอริทึมที่ทำให้คอมพิวเตอร์ธรรมดาคิดแก้ปัญหาได้รวดเร็วทัดเทียมกับควอนตัมคอมพิวเตอร์
 
 
   อัลกอริทึมดังกล่าวจัดว่าเป็นแบบดั้งเดิมที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ทั่วไป ซึ่งสามารถสร้างสมองกลที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าโดยประมวลผลจากข้อมูลของผู้บริโภคได้
 
 
   ศ. สกอตต์ แอรอนสัน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของ Ewin tang มองว่า ผลงานที่น่าทึ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมยังคงไม่ถึงทางตัน และสามารถจะไปต่อได้ แม้หลายฝ่ายจะหันไปมุ่งพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์กันแล้วก็ตาม ดังเช่นที่สหภาพยุโรปกำลังพัฒนา Exascale คอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมรุ่นใหม่ที่สามารถคำนวณได้เร็วถึงพันล้านพันล้านครั้ง ( 10 ยกกำลัง 18 ) ต่อวินาที
 
 
  “คอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมยังคงพัฒนาไปได้อีก แต่ถ้านำเอาประสิทธิภาพของ Exascale ไปเทียบกับควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลได้เร็วถึง 10 ยกกำลัง 1,000 ครั้งต่อวินาทีแล้ว ก็ถือว่ายังห่างไกลกันมาก” ศ. แอรอนสันกล่าว
 
 
 
 
ที่มา : https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_1530471
 
ส่วนจัดการทรัพยากร ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0-2354-5730-40 ต่อ 114,115 แฟกซ์. 0-2354-5724
ติดต่อ webmaster:webmaster@cet-media.com เช็คอีเมล์