สวัสดีค่ะ  ตอนนี้เริ่มเข้าสู่หน้าหนาวแล้วนะคะ   โดยเฉพาะจังหวัดในภาคเหนือ และภาคอีสาน  เช่นที่จังหวัดเลย   ว่ากันว่าตอนนี้อุณหภูมิลดลงถึง 10 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว    ก็ขอให้ทุกๆ ท่านรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ 
 
         สำหรับบางท่านที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาว และบรรยากาศสดชื่น เพื่อเพิ่มพลังให้กับชีวิต  ฤดูนี้ก็เป็นฤดูท่องเที่ยว  ท่านก็อาจจะมีแพลนไปท่องเที่ยวที่ต่างจังหวัดกัน  ทางเราก็ขอให้ท่านเที่ยวให้สนุก  มีความสุขสดชื่นตลอดทริป  แล้วก็เดินทางปลอดภัยกันถ้วนหน้า   แล้วกลับมาทักทายกันใหม่นะคะ   สวัสดีค่ะ
 

   อีกจิปาถะ   

ดูทั้งหมด »
 
   



 
   


นอนเพียง 6 ชม.ต่อคืนหรือน้อยกว่า ทำให้ร่างกายขาดน้ำ
   การพักผ่อนนอนหลับไม่เพียงพอ ส่งผลทางลบต่อสุขภาพร่างกายในหลายด้าน ล่าสุดนักวิจัยอเมริกันพบว่า หากนอนหลับในแต่ละคืนได้เพียง 6 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ (Dehydration) จนรู้สึกอ่อนล้าและสมองไม่แจ่มใสเมื่อตื่นขึ้น
 

 
 
» ปัจจุบันท่านรับชมสื่อการศึกษาของศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษาด้วยช่องทางใดมากที่สุด
 
  รับชมทาง youtube
  รับชมทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ ETV
  รับชมทาง VCD/DVD
  รับชมทุกช่องทาง
  ไม่ได้รับชมเลย
   
      » ดูผลโหวต
More Link »
สาระน่ารู้
 
เพื่อแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยากาศของดาวอังคารให้เหมาะสมจนมนุษย์สามารถอยู่อาศัยได้ ซึ่งมีผู้นำเสนอไว้ในทางทฤษฎีนั้น ยังไม่สามารถเป็นไปได้ด้วยเทคโนโลยีที่มนุษย์มีอยู่ในปัจจุบันนี้ เนื่องจากแหล่งที่มาของคาร์บอนไดออกไซด์บนดาวอังคารยังมีไม่เพียงพอต่อการทำให้บรรยากาศบนดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้คล้ายคลึงกับบรรยากาศของโลก
 
 
   ทฤษฎีที่รู้จักกันในชื่อ “เทอร์ราฟอร์มมาร์ส” นั้นเป็นกระบวนการในการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศของดาวอังคารโดยอาศัยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเก็บกักอยู่ตามแหล่งต่างๆ ทั้งบริเวณพื้นผิวและใต้พื้นผิวของดาวอังคาร อย่างเช่นในหินและส่วนที่เป็นน้ำแข็งปกคลุมขั้วเหนือใต้ของดาวอยู่ตลอดเวลาออกมา
 
 
   ตามทฤษฎีระบุว่า คาร์บอนไดออกไซด์เป็นก๊าซเรือนกระจก คือสามารถกลายเป็นชั้นในบรรยากาศกักเก็บความร้อนเอาไว้ใกล้กับพื้นผิวของดาว ยิ่งมีคาร์บอนไดออกไซด์มากเท่าใด แรงดันบรรยากาศของดาวอังคารยิ่งเพิ่มมากขึ้น เก็บกักความร้อนได้มากขึ้น ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มอุณหภูมิของดาวอังคารไปในตัว เมื่ออุณหภูมิเพิ่มมากขึ้นก็จะส่งผลให้น้ำสามารถคงสภาพเป็นของเหลวอยู่ได้บนพื้นผิวของดาวอังคาร
 
 
   อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยของนาซา นำโดย บรูซ จาโคสกี นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยแห่งโคโลราโด ในเมืองโบลเดอร์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะนักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการยานสำรวจในภารกิจเพื่อการศึกษาบรรยากาศ และวิวัฒนาการของความผันผวนของดาวอังคาร หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “มาเวน” ระบุว่า ปริมาณของ คาร์บอนไดออกไซด์ที่เทคโนโลยีของมนุษย์เท่าที่มีอยู่ในเวลานี้จะสามารถนำมาใช้เพื่อการเปลี่ยนบรรยากาศของดาวอังคารนั้น มีอยู่ไม่เพียงพอ เท่าที่สามารถนำมาใช้ได้นั้นเพียงพอต่อการทำให้อุณหภูมิของดาวอังคารสูงขึ้นได้เพียงแค่ 10 องศาเซลเซียสเท่านั้น ซึ่งยังห่างไกลจากการทำให้อากาศหนาวจัดของดาวอังคารให้เหมาะกับการอยู่อาศัยของมนุษย์ได้
 
 
   ข้อมูลที่ได้จาก “มาเวน” แสดงให้เห็นว่าครั้งหนึ่งในอดีตบรรยากาศของดาวอังคารเคยหนากว่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้มาก แต่อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์ ทำให้ไอโซโทปชนิดเบาของอาร์กอนและโมเลกุลอื่นๆ กระเด็นหลุดออกไปสู่อวกาศ โมเลกุลในบรรยากาศเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเหมือนฝาปิดอยู่บริเวณบรรยากาศด้านนอกสุด ตอนที่ยังมีอยู่จะทำให้มวลก๊าซต่างๆ วนเวียนอยู่ในชั้นบรรยากาศด้านล่าง แต่เมื่อฝาปิดดังกล่าวหมดไป ก๊าซและบรรยากาศชั้นล่างต่างๆ ก็หลุดออกสู่อวกาศได้โดยง่าย ทำให้บรรยากาศของดาวอังคารเบาบางเหมือนเช่นที่เป็นอยู่
 
 
   ข้อมูลที่ได้จากยานมาร์ส เอ็กซ์เพรส ขององค์การอวกาศแห่งยุโรป (อีเอสเอ) แสดงให้เห็นว่า เมื่ออุณหภูมิอุ่นขึ้น โมเลกุลของน้ำจากน้ำแข็งที่ปกคลุมขั้วดาวอังคารอยู่จะถ่ายเทขึ้นสู่บรรยากาศชั้นล่างของดาวอังคารเช่นเดียวกัน แต่ก็จะผสมปนเปกับบรรยากาศเบาบางตอนบนแล้วก็ค่อยๆ หลุดออกสู่อวกาศ ในหน้าหนาวบนดาวอังคาร โมเลกุลของน้ำเหล่านี้จะจับตัวเป็นน้ำแข็งแล้วตกลงสู่ผืนน้ำแข็งที่ปกคลุมขั้วดาวอยู่เท่านั้น เป็นวัฏจักรที่ทีมวิจัยเรียกว่าเป็นระบบที่ซับซ้อนแต่เป็นระบบเดียวเท่านั้นของดาวอังคาร
 
ข้อมูลที่เกี่ยวกับปริมาณคาร์บอนบนดาวอังคารนั้น ได้มาจากยานสำรวจจากวงโคจร มาร์ส รีคอนเนสแซนซ์ ออร์บิเทอร์ (เอ็มอาร์โอ) ของนาซา ซึ่งค้นพบแหล่งแมกนีเซียมคาร์บอเนต ในพื้นที่ซึ่งเรียกว่า “นิลี ฟอสเซ” ที่ถือว่าเป็นแหล่งคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดบนดาวอังคาร
 
 
   ในขณะที่ มาร์ส โอดิสซีย์ และเอ็มอาร์โอ ตรวจสอบพบคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำแข็งขั้วดาวอีกด้วย นอกจากนั้น ยังพบที่แทรกซึมอยู่ในดิน แต่จำเป็นต้องใช้วิธีการเปิดหน้าดินหรือไม่ก็อบด้วยความร้อนสูงมากเพื่อปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เหล่านี้ขึ้นสู่บรรยากาศ
 
 
   เมื่อรวมคาร์บอนไดออกไซด์ที่พบตลอด 20 ปีที่ผ่านมาแล้ว ทีมวิจัยพบว่า หากสามารถทำให้คาร์บอนไดออกไซด์เหล่านี้หลุดสู่บรรยากาศทั้งหมด ก็จะทำให้บรรยากาศของดาวอังคารที่แรงดันอยู่ที่ 15 มิลลิบาร์เท่านั้น เทียบกับแรงดันบรรยากาศ ณ ระดับน้ำทะเลบนโลกซึ่งอยู่ที่ 1,000 มิลลิบาร์แล้ว ไม่ได้ใกล้เคียงเลยแม้แต่น้อย
 
 
 
 
ที่มา :  มติชนออนไลน์
          https://www.prachachat.net/spinoff/science-technology/news-201773
 
 
ส่วนจัดการทรัพยากร ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0-2354-5730-40 ต่อ 114,115 แฟกซ์. 0-2354-5724
ติดต่อ webmaster:webmaster@cet-media.com เช็คอีเมล์