สวัสดีค่ะ  อีกไม่กี่วันงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 22  (BOOK EXPO THAILAND 2017)  ก็จะเริ่มแล้วนะคะ  งานก็จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2560 ไปจนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2560  ตั้งแต่เวลา 10-21 น.  ในปีนี้ก็ยังคงจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อีกเช่นเคยค่ะ  
        ในงานก็จะมีสื่อการศึกษาและหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ให้เลือกซื้อเลือกหาในราคาพิเศษ  พร้อมทั้งมีการร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายภายในงาน   นอกจากนี้ ท่านยังได้พบกับนักเขียนชื่อดังมากหน้าหลายตา  ท่านใดสนใจก็ไปเลือกซื้อเลือกหาได้นะคะ
         สำหรับศูนย์ฯของเรา แม้ไม่ได้ไปออกบูธเช่นที่ผ่านมา   แต่เราก็มีสื่อการศึกษาให้บริการมากมาย  สนใจก็ดูรายชื่อในเว็บไซต์นี้แล้วติดต่อมาที่ศูนย์ได้เลยนะคะ  สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

   อีกจิปาถะ   

ดูทั้งหมด »
 
   



 
   



 
 
» ในแต่ละวันท่านใช้สื่อสังคมออนไลน์ใดมากที่สุด
 
  youtube
  facebook
  line
  instagram
   
      » ดูผลโหวต
More Link »
สาระน่ารู้
 
และ โทมัส เฮอร์ท็อก นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งลูเวนในประเทศเบลเยียม พิสูจน์ว่า มนุษย์เราใช้ชีวิตอยู่ใน “พหุจักรวาล” หรือ “มัลติเวิร์ส”
 
 
   สื่อบางสำนักไปไกลถึงขนาดว่า นั่นคือข้อพิสูจน์ว่า “โลกคู่ขนาน” มีอยู่จริง
 
 
   อย่างไรก็ตาม นักฟิสิกส์และนักจักรวาลวิทยาอีกหลายคนระบุว่า งานค้นคว้าวิจัยชิ้นสุดท้ายของฮอว์กิ้งดังกล่าวยังไม่สมบูรณ์พอที่จะทำให้สามารถสรุปดังนั้นได้ โดยสิ่งที่ฮอว์กิ้งคิดในรายงานชิ้นดังกล่าวนั้น ไม่เพียงไม่สามารถพิสูจน์โดยการสังเกตการณ์ได้เท่านั้น กรอบเหตุผลหลักเชิงคณิตศาสตร์ที่ใช้ยังนำมาจากงานการศึกษาวิจัยที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ และยังไม่สมบูรณ์อีกด้วย
 
 
   ซาบีน ฮอสเซนเฟลเดอร์ นักฟิสิกส์ประจำสถาบันเพื่อการศึกษาก้าวหน้าแห่งแฟรงก์เฟิร์ตในประเทศเยอรมนี ระบุว่างานชิ้นสุดท้ายของฮอว์กิ้ง เป็นเพียงแค่ 1 ในแนวความคิดอีกนับพันแนวทางที่นักฟิสิกส์พยายามคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้อธิบายสภาวะในยุคแรกเริ่มของจักรวาล ซึ่งรวมถึงแนวคิดเรื่องโลกคู่ขนานดังกล่าวด้วย
 
 
   งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2017 เป็นการขยายความคิดเพิ่มเติมจาก 1 ในหลายทฤษฎีที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ยืนยันของฮอว์กิ้ง นั่นคือทฤษฎี “ไร้ขอบเขต (No boundary proposal)” ที่ใช้อธิบาย
 
 
   ปรากฏการณ์บิ๊กแบงซึ่งเป็นทฤษฎีที่รู้จักกันดีที่สุดของฮอว์กิ้ง ภายใต้การทำงานร่วมกับเจมส์ ฮาร์เทิล นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ซานตาบาร์บารา
 
 
    งานชิ้นนี้เป็นการคิดต่อจากทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่ระบุเอาไว้ว่าก่อนการเกิดบิ๊กแบง จำเป็นต้องมี “เอกภาวะ” (ซิงกูลาริตี้) เกิดขึ้น ภาวะดังกล่าวคือภาวะที่สสารหดตัวลงจนเป็นจุดจุดหนึ่งซึ่งมีความหนาแน่นเป็นอนันต์ มีความร้อนจัด และเป็นภาวะที่กฎทางฟิสิกส์ทั้งหลายใช้การไม่ได้อีกต่อไป
 
 
    ในคำอธิบายเพิ่มเติมของฮอว์กิ้งและฮาร์เทิล “เอกภาวะ” ดังกล่าวนี้ทั้งกาลและอวกาศถูกบีบอัดรวมกันจนเป็นหนึ่งเดียว เมื่อมองเอกภาวะดังกล่าวในเชิงกาลเวลา จึงดูเหมือนไร้ขอบเขต เหมือนโลกที่เราสามารถเดินไปแต่ไม่ถึงริมขอบสักทีนั่นเอง
 
 
    เมื่อบรรดานักวิทยาศาสตร์พากันวิเคราะห์แนวความคิดดังกล่าวก็ตระหนักว่า ทฤษฎีไร้ขอบเขตของฮอว์กิ้ง “คาดการณ์ว่า” เมื่อจักรวาลในระยะแรกเกิดนี้ขยายตัวออกไปในทุกทิศทุกทางอย่างเร็วในระดับ “ซุปเปอร์ฟาสต์” นั้น มันจะทำให้เกิดจักรวาลอื่นๆ ผุดขึ้นตามมาด้วย จนในที่สุดก็จะอยู่ในสภาพ “พหุจักรวาล” หรือพูดอีกอย่างหนึ่งได้ว่า ฮอว์กิ้งเสนอเอาไว้ว่า “จักรวาลของเรา” นี้นั้น เป็นเพียง 1 ในจักรวาลคู่ขนานที่มีจำนวนมหาศาลจนเป็นอนันต์ เป็นพหุจักรวาลที่มีคุณลักษณะคล้ายกับแฟรกทัลเรขาคณิต ที่เกิดขึ้นซ้ำในทุกหน่วยวัด ทุกมิติ
 
 
    ดังนั้น พหุจักรวาลของฮอว์กิ้งจึงนำไปสู่ “พาราด็อกซ์” ที่สำคัญ นั่นคือ ถ้าหากมีจำนวนจักรวาลเป็นอนันต์แล้วละก็ จะไม่มีใครสามารถคาดการณ์แบบที่ทดสอบได้ว่าจักรวาลไหนกันแน่ที่เป็นจักรวาลของเรา ที่มนุษย์เราใช้ชีวิตอยู่ (เมื่อความเป็นไปได้มีค่าเป็นอนันต์ การบ่งชี้ถึงลักษณะจำเพาะของจักรวาลหนึ่งเดียวก็ไม่สามารถทำได้)
 
 
    เฮอร์ท็อก ผู้ร่วมทำวิจัยชิ้นสุดท้ายบอกว่า ฮอว์กิ้งเองไม่พอใจกับสภาพขัดแย้งในตัวเองดังกล่าวและพยายามหาจุดยุติเรื่องนี้ โดยพยายามพัฒนากรรมวิธีที่จะเปลี่ยนแนวความคิดเรื่องพหุจักรวาลให้อยู่ในกรอบที่สามารถทดสอบความเป็นจริงได้ในเชิงวิทยาศาสตร์เพื่อลดจำนวนโลกคู่ขนานจากจำนวนที่เป็นอนันต์ลงจำเป็นต้องหาทางเชื่อมโยงหลักการฟิสิกส์ควอนตัมซึ่งเป็นตัวกำหนดเอกภาวะของจักรวาลในระยะทารกเข้ากับกฎทางฟิสิกส์ดั้งเดิมของจักรวาลที่เราใช้ชีวิตอยู่ ในงานวิจัยใหม่ ฮอว์กิ้งกับเฮอร์ท็อกใช้วิธีที่รู้จักกันในชื่อ “โฮโลกราฟี” เพื่อรวมความคิดทั้งสองชุดเข้าด้วยกัน จึงสามารถลดจำนวนจักรวาลในพหุจักรวาลลงเหลือจำนวนที่นับได้ เมื่อมีจักรวาลในจำนวนที่นับได้แล้วก็จะสามารถคาดการณ์เกี่ยวกับคุณลักษณะของจักรวาลเหล่านี้ได้
 
 
    นั่นหมายถึงว่า ตามแนวทางดังกล่าวนั้น การมีจักรวาลอีกจำนวนหนึ่งซึ่งลักษณะเหมือนกับจักรวาลที่เราอาศัยอยู่ในเวลานี้ ก็มีความเป็นไปได้ขึ้นมา
 
 
    ตามทฤษฎีไร้ขอบเขตของฮอว์กิ้งกำหนดว่า หลังจากบิ๊กแบง จักรวาลจะเข้าสู่ระยะของการขยายตัวออกอย่างรวดเร็วซึ่งเรียกว่า “คอสมิกอินเฟลชั่น” ทำหน้าที่ขยาย “คลื่นแรงโน้มถ่วงปฐมภูมิ” (ไพรมอเดียล กราวิเตชั่น เวฟ) ที่ทะลักออกมาจากบิ๊กแบงออกไปทุกทิศทุกทาง คลื่นเก่าแก่เมื่อครั้งกำเนิดจักรวาลนี้ถูกบันทึกได้ในสภาพของคลื่นแผ่รังสีไมโครเวฟที่กระจายออกไปทั่วจักรวาล รู้จักกันในชื่อคอสมิก ไมโครเวฟ แบ๊กกราวด์ เรดิเอชั่น (cosmic microwave background radiation-CMB)
 
 
    เฮอร์ท็อกบอกว่า ถ้าดาวเทียมที่เราผลิตขึ้นมาในอนาคตสามารถตรวจจับคลื่น “ซีเอ็มบี” นี้ได้และแสดงให้เห็นได้ว่าข้อมูลในซีเอ็มบีเทียบเคียงแล้วเข้ากันได้กับภาวะคอสมิก อินเฟลชั่นที่ฮอว์กิ้งทำนายเอาไว้ ก็จะเป็นหลักฐานยืนยันการคงอยู่ของพหุจักรวาลของฮอว์กิ้งนั่นเอง
 
 
    แต่นักวิทยาศาสตร์อีกจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปดังกล่าว แคที แมค นักจักรวาลวิทยาจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนอร์ธแคโรไลนา ชี้ว่ามีทฤษฎีอีกเป็นพันที่พูดถึงภาวะ “อินเฟลชั่น” ดังกล่าวไว้ และส่วนใหญ่ของทฤษฎีเหล่านี้ก็มีเรื่องของคลื่นแรงโน้มถ่วงปฐมภูมิรวมอยู่ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ข้อมูลในซีเอ็มบี ก็ไม่มีทางที่จะกลายเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าทฤษฎีของฮอว์กิ้งหรือของคนอื่นๆ อีกเป็นพันทฤษฎีถูกต้อง
 
 
    แฟรงก์ วิลค์เซค นักทฤษฎีฟิสิกส์ เจ้าของรางวัลโนเบลจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ (เอ็มไอที) ชี้ว่า ในทางตรงกันข้าม ถ้าข้อมูลในซีเอ็มบีไม่สอดคล้องกับคำทำนายของฮอว์กิ้งและเฮอร์ท็อก ก็จะทำให้ทฤษฎีนี้ผิดไปหมด เนื่องจากนั่นคือสมมุติฐานและประมาณการสำคัญที่สุดในรายงานวิจัยชิ้นนี้
 
 
    แคที แมค ยังชี้ด้วยว่า ในการเชื่อมโยงทฤษฎีควอนตัมเข้ากับทฤษฎีแรงโน้มถ่วง ฮอว์กิ้งกับเฮอร์ท็อกรู้ดีว่า กรอบเชิงคณิตศาสตร์จำนวนมากที่นำมาใช้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์และยังไม่สมบูรณ์ถึงกับเรียกว่าเป็น “ทอยโมเดล” และยังยอมรับไว้ด้วยว่า ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยอีกมากมายในเรื่องนี้
 
 
   แต่ว่าถึงตอนนี้ ไม่มีสตีเฟน ฮอว์กิ้งอีกต่อไปแล้ว
 
 
 
 
ที่มา :  เเฟ้มภาพ AFP PHOTO / DESIREE MARTIN
           นสพ.มติชนรายวัน
           https://www.prachachat.net/spinoff/science-technology/news-137816
เเฟ้มภาพ AFP PHOTO / DESIREE MARTIN
ที่มา นสพ.มติชนรายวัน
 
ส่วนจัดการทรัพยากร ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0-2354-5730-40 ต่อ 114,115 แฟกซ์. 0-2354-5724
ติดต่อ webmaster:webmaster@cet-media.com เช็คอีเมล์