สวัสดีค่ะ  อีกไม่กี่วันงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 22  (BOOK EXPO THAILAND 2017)  ก็จะเริ่มแล้วนะคะ  งานก็จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2560 ไปจนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2560  ตั้งแต่เวลา 10-21 น.  ในปีนี้ก็ยังคงจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อีกเช่นเคยค่ะ  
        ในงานก็จะมีสื่อการศึกษาและหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ให้เลือกซื้อเลือกหาในราคาพิเศษ  พร้อมทั้งมีการร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายภายในงาน   นอกจากนี้ ท่านยังได้พบกับนักเขียนชื่อดังมากหน้าหลายตา  ท่านใดสนใจก็ไปเลือกซื้อเลือกหาได้นะคะ
         สำหรับศูนย์ฯของเรา แม้ไม่ได้ไปออกบูธเช่นที่ผ่านมา   แต่เราก็มีสื่อการศึกษาให้บริการมากมาย  สนใจก็ดูรายชื่อในเว็บไซต์นี้แล้วติดต่อมาที่ศูนย์ได้เลยนะคะ  สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

   อีกจิปาถะ   

ดูทั้งหมด »
 
   



 
   



 
 
» ในแต่ละวันท่านใช้สื่อสังคมออนไลน์ใดมากที่สุด
 
  youtube
  facebook
  line
  instagram
   
      » ดูผลโหวต
More Link »
สาระน่ารู้
 
เนื่องจากมีประชากรหนาแน่นกว่า 1.5 ล้านตัว จากเดิมที่วิตกกังวลกันว่าเพนกวินอาเดลีเป็นชนิดที่ลดประชากรลงเรื่อยๆ
 
 
   หมู่เกาะนี้อยู่ใกล้กับทวีปอเมริกาใต้มากที่สุด และอยู่ในฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลเวดเดลล์ การค้นพบครั้งนี้ให้พื้นที่ดังกล่าวขึ้นแท่นเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเพนกวินอาเดลี ด้วยจำนวนมากเป็นอันดับ 3 หรือ 4 ของโลก
 
 
   “นี่เป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างยิ่ง เป็นเป็นสถานการณ์จริงสำหรับเราว่าจะบริหารจัดการกับภูมิภาคนี้อย่างนี้อย่างไร” ฮีตเธอร์ ลีนช์ จากมหาวิทยาลัยสโตนี บรู๊ก ผู้ร่วมเขียนงานวิจัยชิ้นนี้กล่าว โดยผลงานชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Scientific Reports
 
  
   ทั้งนี้ เพราะหากดูสถานการณ์ในพื้นที่ที่อยู่ห่างจากคาบสมุทรแอนตาร์กติกาไปทางตะวันตกราว 160 ก.ม. จะพบว่าบริเวณ แอนตาร์กติกาตะวันตกนั้น เพนกวินอาเดลีลดประชากรลงไปถึงร้อยละ 70 ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา เป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้หิมะละลาย
 

   “การค้นพบนี้เป็นข่าวดีว่ายังมีพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแอนตาร์กติกาที่ดูเหมือนว่าจะค่อนข้างมั่นคงกว่าภาคตะวันตกภายใต้สภาพความเปลี่ยนแปลงทางอากาศ ดังนั้นประชากรของเพนกวินอาเดลีถึงได้มีจำนวนมากในภูมิภาคนี้และดูเหมือนว่ายังจะเหมาะเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับพวกมันไปพักใหญ่” ลีนช์กล่าว
 
 
   สำหรับเพนกวินอาเดลีนเป็นหนึ่งใน 5 ชนิดของเพนกวินที่มีชีวิตอยู่ในโลก และอาศัยอยู่ในทวีปแอนตาร์กติกา ฝั่งขั้วโลกใต้ มันเป็นเพนกวินขนาดกลาง มีความสูงเฉลี่ย 70 เซนติเมตร น้ำหนัก 6 กิโลกรัม มีลักษณะเด่นคือ รอบดวงตามีวงกลมสีขาวคล้ายวงแหวน และมีขนหางที่ยาวกว่าเพนกวินชนิดอื่นๆ
 
 
   ส่วนหมู่เกาะแดนเจอร์ ที่ได้ชื่อว่าอันตราย เพราะด้วยเหตุผลตามภูมิศาสตร์และสภาพแวดล้อมของมัน ลีนช์อธิบายว่า พื้นที่ของหมู่เกาะนี้ปกคลุมด้วยน้ำแข็งหนาจากทะเลเกือบตลอดทั้งปี แม้แต่ในช่วงฤดูร้อน เป็นพื้นที่ที่ยากจะเข้าถึงสำหรับการสำรวจ
เกาะที่ว่าเข้าไปง่ายที่สุดแล้วชื่อ เอโรอีนา ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ยังเข้าไปได้ด้วยเรือเพียง 1 ครั้งต่อปีเท่านั้น
 
 
   หมู่เกาะแดนเจอร์ หรือที่แปลว่า อันตรายนั้น ค้นพบโดยทีมนักวิจัยจากอเมริกา อังกฤษและฝรั่งเศส โดยอาศัยดาวเทียมแลนแซ็ตขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือ นาซา และสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติที่ขึ้นสู่วงโคจร และบันทึกข้อมูลพื้นผิวโลกมาเกือบ 4 ทศวรรษ)
 
 
   ลีนช์และทีมงานนำภาพสำรวจจากดาวเทียมส่องด้วยระบบที่ใช้ความคมชัดสูง ตอนแรกที่เห็นเพนกวินหลายพันหลายหมื่นตัวนั้น ยังคิดว่าเป็นความผิดพลาดของภาพ เพราะหมู่เกาะดังกล่าวไม่เป็นที่รู้จักว่ามีเพนกวินอาศัยอยู่
 
 
   ดังนั้นเพื่อความแน่ใจจึงใช้การสำรวจภาคพื้นดินตามแบบฉบับเดิมผสมผสานกับการใช้โดรนถ่ายรูป ซึ่งนอกจากจะพบเพนกวินอาเดลีแล้ว ยังพบรังของเพนกวินเจนทู (เป็นชนิดที่ใกล้ชิดกับเพนกวินอาเดลี) อีก 100 รัง และรังของเพนกวินชินสแตรป (เพนกวินหางแปรงชนิดหนึ่ง บริเวณใต้คางจะเป็นเส้นเล็ก ๆ สีดำคาดผ่านเหมือนสายรัดคางของหมวกนักขี่ม้า) อีก 27 รัง
 
 
   “เราโชคดีมากๆ ที่ตอนเดินทางไปนั้นทะเลน้ำแข็งเปิดออกทำให้เราล่องเรือเข้าไปได้” ผู้นำทีมวิจัยกล่าว
พร้อมกล่าวเตือนในตอนท้ายว่า จำเป็นอย่างยิ่งต้องปกป้องพื้นที่นี้อย่างแข็งขัน ไม่ให้มีการประมงกร้ำกรายเข้าไปเลย !!
 
 
 
 
 
 
 
ที่มา :   ข่าวสดออนไลน์
            https://www.prachachat.net/foreign-soft-news/news-125029
 
 
ส่วนจัดการทรัพยากร ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0-2354-5730-40 ต่อ 114,115 แฟกซ์. 0-2354-5724
ติดต่อ webmaster:webmaster@cet-media.com เช็คอีเมล์