สวัสดีค่ะ  อีกไม่กี่วันงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 22  (BOOK EXPO THAILAND 2017)  ก็จะเริ่มแล้วนะคะ  งานก็จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2560 ไปจนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2560  ตั้งแต่เวลา 10-21 น.  ในปีนี้ก็ยังคงจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อีกเช่นเคยค่ะ  
        ในงานก็จะมีสื่อการศึกษาและหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ให้เลือกซื้อเลือกหาในราคาพิเศษ  พร้อมทั้งมีการร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายภายในงาน   นอกจากนี้ ท่านยังได้พบกับนักเขียนชื่อดังมากหน้าหลายตา  ท่านใดสนใจก็ไปเลือกซื้อเลือกหาได้นะคะ
         สำหรับศูนย์ฯของเรา แม้ไม่ได้ไปออกบูธเช่นที่ผ่านมา   แต่เราก็มีสื่อการศึกษาให้บริการมากมาย  สนใจก็ดูรายชื่อในเว็บไซต์นี้แล้วติดต่อมาที่ศูนย์ได้เลยนะคะ  สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

   อีกจิปาถะ   

ดูทั้งหมด »
 
   



 
   



 
 
» ในแต่ละวันท่านใช้สื่อสังคมออนไลน์ใดมากที่สุด
 
  youtube
  facebook
  line
  instagram
   
      » ดูผลโหวต
More Link »
สาระน่ารู้
 
ซึ่งมีความผิดปกติเนื่องจากลำตัวเป็นสีส้ม ว่าอาจเกิดจากการกลายพันธุ์
 
 
   สืบเนื่องจากนายโอลิเวอร์ เทสตา นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ พร้อมด้วย นายแมตต์ เชอร์ลีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านจระเข้ เดินทางไปสำรวจเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2552 และค้นพบจระเข้ลำตัวสีส้มและตาสีแดง หลังจากที่นายริชาร์ด โอซิสลีย์ นักโบราณคดี ค้นพบจระเข้สายพันธุ์ลึกลับดังกล่าวในถ้ำอาแบนดา
 
 
   “ในตอนแรกยืนยันว่ามีจระเข้อาศัยอยู่ในถ้ำ และเมื่อนำจระเข้ตัวหนึ่งออกมาข้างนอกถ้ำ พบว่ามีลำตัวเป็นสีส้มสว่าง น่าอัศจรรย์มาก” นายเทสตากล่าว
 
 
    อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลเกี่ยวกับจระเข้สายพันธุ์ลึกลับตัวนี้ไม่มาก แต่นายเชอร์ลีย์มีข้อเสนอแนะว่า จระเข้เหล่านี้อาจมีการพัฒนาไปสู่สายพันธุ์ใหม่โดยสิ้นเชิง
 
 
    ด้านนายโอซิสลีย์อธิบายถึงการกลายพันธุ์ว่า เนื่องจากรูปแบบสารพันธุกรรมที่แตกต่างกันถ่ายทอดไปสู่จระเข้แคระแอฟริกันที่อาศัยอยู่ข้างนอกถ้ำอาแบนดา ซึ่งแปลว่า จระเข้กำลังพัฒนาไปสู่การดำรงชีวิตในความมืดมิด
 
 
   ทำไมจระเข้เป็นสีส้ม? 
 
 
   นายเทสตาอธิบายว่า จระเข้แคระแอฟริกันอาศัยอยู่ในของเหลว ซึ่งเป็นอุจจาระของค้างคาว และมีสภาพแวดล้อมค่อนข้างรุนแรง มีสารเคมีกัดกร่อนและฟอกสีผิวหนังของจระเข้ แต่ไม่ได้แหมายความว่าจะสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าวได้
 
 
    จระเข้แคระแอฟริกันสีส้มตัวแรกที่ทีมนักวิจัยค้นพบมีลำตัวยาว 1.7 เมตร และเป็นตัวที่ใหญ่ที่สุดที่นายเชอร์ลีย์เคยค้นพบมา อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ปกติแล้วจระเข้ต้องการแสงแดดเพื่อควบคุมการเผาผลาญ แต่จระเข้แคระแอฟริกันเหล่านี้สามารถดำรงชีวิตในสภาพมืดมิดได้หลายปี
 
 
   สำหรับถิ่นฐานของจระเข้แคระแอฟริกันคือถ้ำอาแบนดา ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลร่วมกับถ้ำอื่น 20 แห่ง ไม่มีถนน ต้องล่องเรือจากเมืองที่ใกล้ที่สุด ใช้เวลา 1 วัน และต้องอาศัยอยู่ในป่าเพื่อเข้าไปในถ้ำดังกล่าว
 
 
   “บางทีอาจเป็นแค่การสืบพันธุ์ภายในกลุ่มประชากรที่มีจำนวนน้อยมากๆ สมมติว่าหากนำคน 100 คน ไปอาศัยอยู่ด้วยกัน 1,000 ปี ก็จะเริ่มกลายพันธุ์ เนื่องจากมีการสืบพันธุ์กันเองในกลุ่มเดียวกัน” นายเทสตากล่าว
 
 
   ทีมนักวิจัยทดสอบตัวอย่างเลือดของจระเข้แคระแอฟริกันสีส้มที่ค้นพบข้างในถ้ำอาแบนดา เพื่อเปรียบเทียบกับของจระเข้ 200 ตัว ที่อาศัยอยู่ข้างนอกถ้ำอาแบนดา
 
 
   อย่างไรก็ตาม ยังเป็นเรื่องยากที่จะกำหนดว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่ อาจเป็นเพียงยีนส์และการกินอาหารที่แตกต่างจากจระเข้ตัวอื่น
 
 
   แต่นายเทสตากล่าวว่า จระเข้แคระแอฟริกันสีส้มกินค้างคาวเป็นอาหาร เนื่องจากมีการค้นพบโครงกระดูกของค้างคาวและสัตว์ชนิดอื่น เช่น จิ้งหรีด หอยทาก หอย อยู่ในระบบทางเดินอาหารของจระเข้แคระแอฟริกัน
 
 
 
 
ที่มา :  https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_743818
 
ส่วนจัดการทรัพยากร ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0-2354-5730-40 ต่อ 114,115 แฟกซ์. 0-2354-5724
ติดต่อ webmaster:webmaster@cet-media.com เช็คอีเมล์