สวัสดีค่ะ  อีกไม่กี่วันงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 22  (BOOK EXPO THAILAND 2017)  ก็จะเริ่มแล้วนะคะ  งานก็จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2560 ไปจนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2560  ตั้งแต่เวลา 10-21 น.  ในปีนี้ก็ยังคงจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อีกเช่นเคยค่ะ  
        ในงานก็จะมีสื่อการศึกษาและหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ให้เลือกซื้อเลือกหาในราคาพิเศษ  พร้อมทั้งมีการร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายภายในงาน   นอกจากนี้ ท่านยังได้พบกับนักเขียนชื่อดังมากหน้าหลายตา  ท่านใดสนใจก็ไปเลือกซื้อเลือกหาได้นะคะ
         สำหรับศูนย์ฯของเรา แม้ไม่ได้ไปออกบูธเช่นที่ผ่านมา   แต่เราก็มีสื่อการศึกษาให้บริการมากมาย  สนใจก็ดูรายชื่อในเว็บไซต์นี้แล้วติดต่อมาที่ศูนย์ได้เลยนะคะ  สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

   อีกจิปาถะ   

ดูทั้งหมด »
 
   



 
   



 
 
» ในแต่ละวันท่านใช้สื่อสังคมออนไลน์ใดมากที่สุด
 
  youtube
  facebook
  line
  instagram
   
      » ดูผลโหวต
More Link »
สาระน่ารู้
 
โดย ตะเกียบญี่ปุ่น เราจะเห็นว่ามีลักษณะสั้น และปลายเรียว เมื่อวางเข้าคู่หัวปลายจะค่อยๆเล็กเรียว ส่วนตะเกียบจีน จะมีความยาวกว่าตะเกียบญี่ปุ่น และปลายกลมไม่เรียวเท่า สำหรับตะเกียบเกาหลีเอกลักษณ์จะทำจากโลหะและรูปทรงออกแนวแบน
 
 
    ทั้งหมดนี้ “เอ็ดเวิร์ด หวัง” นักประวัติศาสตร์ด้านวัฒนธรรมเอเชีย ซึ่งเขียนหนังสือเรื่อง Chopsticks A Cultural and culinary history ได้อธิบายถึงนัยยะและความหมายของตะเกียบแบบต่างๆ
 
 
    เขาเล่าว่า ตะเกียบถูกนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ในการกินตั้งแต่ ศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล โดยตะเกียบที่ค้นพบในอดีตประวัติศาสตร์ดั้งเดิมนั้นมีการผลิตจากหลายหลายวัสดุ และหลายรูปทรง และประยุกต์กันไปตามแต่ละวัฒนธรรมท้องถิ่น  ส่วนเหตุผลความแตกต่างของตะเกียบแต่ละแบบในแต่ละชาติที่ได้เกริ่นไว้ข้างต้นนั้น   อย่างจีน มีวัฒนธรรมการกินแบบ “แบ่งปัน” นำอาหารมาไว้ตรงกลางและกินร่วมกัน  ซึ่งรูปแบบการกินนี้เริ่มต้นในศตวรรษที่ 10 เมื่อเริ่มมีการนำโต๊ะและเก้าอี้เข้ามาในจีนและเกิดวัฒนธรรมการนั่งกินด้วยเก้าอี้และใช้โต๊ะร่วมกัน ทำให้เกิดการ “กินอาหารร่วมกัน” นั่นทำให้เป็นคำตอบว่า ตะเกียบของชาวจีนจึงมีลักษณะยาวกว่าชาติอื่น เพราะผู้ร่วมโต๊ะจะได้เอื้อมมือใช้ตะเกียบยาวไปคีบอาหารที่ตั้งอยู่ไกลได้ รวมถึงอาหารบางประเภทเช่นการรับประทานจำพวกเมนูฮอต พอท ซึ่งตะเกียบยาวก็ช่วยให้คีบอาหารโดยไม่ถูกนำซุปที่ร้อนในหม้อน้ำร้อนฮอต พอท กระเด็นใส่มือได้ด้วย
 
 
   นักประวัติศาสตร์ด้านวัฒนธรรมเอเชีย อธิบายต่อว่า ส่วนตะเกียบญี่ปุ่นที่มักจะสั้นนั้น เพราะวัฒนธรรมการกินของคนญี่ปุ่นจะไม่มีการกินแบบกินในจานกับข้าวร่วมกัน ขณะที่ปลายตะเกียบญี่ปุ่นเรียวแหลมกว่าตะเกียบจีน เพราะคนญี่ปุ่นนิยมกินปลาและปลาเป็นเมนูที่อยู่ในมื้อหลักประจำ ตะเกียบปลายเรียวแหลมจึงมีประโยชน์ในแง่การเลาะก้างปลานั่นเอง
 
 
   นอกจากนี้อีกหนึ่งเกร็ดวัฒนธรรมตะเกียบของชาวญี่ปุ่น คือ ในอดีตเชื่อกันว่าการใช้ตะเกียบของชาวญี่ปุ่นเป็นเรื่องเฉพาะคน จึงไม่นิยมนำตะเกียบไปคีบในจานอาหารรวมบนโต๊ะ   เพราะเชื่อว่าเมื่อปากของเราได้สัมผัสกับตะเกียบแล้วเปรียบดั่งจิตวิญญาณของเราได้สัมผัสกับตะเกียบเช่นกัน   ทำให้การใช้ตะเกียบของญี่ปุ่นเป็นเรื่องเฉพาะคน  รวมทั้งในอดีตยังมีธรรมเนียมหนึ่ง กล่าวคือ เมื่อคนในครอบครัวญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นสามี หรือพ่อ ออกไปสู้รบ และสมาชิกในครอบครัวต้องการรำลึกหรือคิดถึง เวลาจัดจานอาหารที่แต่ละคนจะมีตะเกียบวางไว้บนชุดอาหารของใครของมันแล้ว ก็จะมีการวางตะเกียบหนึ่งคู่ไว้บนโต๊ะเป็นการรำลึกถึงบุคคลในครอบครัวด้วย
 
 
   สำหรับการใช้ตะเกียบของชาวเกาหลีนั้น จะต่างกันในแง่วัสดุที่ใช้ ซึ่งนิยมใช้ตะเกียบและช้อนทำจากโลหะ โดยที่มานั้น “เอ็ดเวิร์ด หวัง” เล่าว่า ย้อนไปตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 ชาวเกาหลีเชื่อว่าการใช้ตะเกียบที่ทำจากโลหะเงินจะช่วยป้องกันพิษจากสารหนูได้ รวมทั้งตามประวัติศาสตร์ในราชสำนักที่จะมีเจ้าหน้าที่ทดสอบชิมอาหารก่อนเพื่อป้องกันการถูกไส้ศึกหรือศัตรูลอบวางยาในอาหารที่ให้เชื้อพระวงศ์เสวย ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ทำการทดสอบจะใช้ตะเกียบเงิน และนั่นทำให้ตะเกียบเงินกลายเป็นสัญลักษณ์ขึ้นมา
 
 
   อย่างไรก็ตามไม่ใช่ชาวเกาหลีทุกคนจะสามารถหาใช้ตะเกียบเงินกันได้ ทำให้บางคนจึงเลือกใช้ตะเกียบทำจากโลหะอื่นแทน ส่วนที่ตะเกียบเกาหลีมีความแบนกว่าตะเกียบญี่ปุ่นและจีนนั้น เพราะเนื่องจากทำจากวัสดุโลหะ หรือบ้างก็เป็นเงินแท้ ซึ่งการทำให้มีรูปทรงแบนจะเป็นการประหยัดการใช้วัสดุด้วยส่วนหนึ่ง และอีกเหตุผลหนึ่ง คือ การใช้ตะเกียบโลหะทนทานกับอาหรบางเมนูเช่น เมนูที่ต้องกินสไตล์บาร์บีคิว ย่างไฟ หรือกระทะร้อน เป็นต้น
 
 
   ปัจจุบันเราจะเห็นตะเกียบหลากหลายรูปแบบ มีการประยุกต์ตามยุคสมัยไปจนถึงตะเกียบกับงานดีไซน์ หากพิจารณาถึงรากแห่งที่มาของมันแล้วก็ถือเป็นบางเสี้ยวจากประวัติศาสตร์ตะเกียบที่วันนี้กลายเป็นเรื่องราวของอีกหนึ่งวัฒนธรรมร่วมสมัยในโลกนั่นเอง
 
 
 
 
 
 
  โดย Too Hip To Retire
 
 

โดย Too Hip To Retire

 
ส่วนจัดการทรัพยากร ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0-2354-5730-40 ต่อ 114,115 แฟกซ์. 0-2354-5724
ติดต่อ webmaster:webmaster@cet-media.com เช็คอีเมล์