สวัสดีค่ะ  อีกไม่กี่วันงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 22  (BOOK EXPO THAILAND 2017)  ก็จะเริ่มแล้วนะคะ  งานก็จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2560 ไปจนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2560  ตั้งแต่เวลา 10-21 น.  ในปีนี้ก็ยังคงจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อีกเช่นเคยค่ะ  
        ในงานก็จะมีสื่อการศึกษาและหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ให้เลือกซื้อเลือกหาในราคาพิเศษ  พร้อมทั้งมีการร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายภายในงาน   นอกจากนี้ ท่านยังได้พบกับนักเขียนชื่อดังมากหน้าหลายตา  ท่านใดสนใจก็ไปเลือกซื้อเลือกหาได้นะคะ
         สำหรับศูนย์ฯของเรา แม้ไม่ได้ไปออกบูธเช่นที่ผ่านมา   แต่เราก็มีสื่อการศึกษาให้บริการมากมาย  สนใจก็ดูรายชื่อในเว็บไซต์นี้แล้วติดต่อมาที่ศูนย์ได้เลยนะคะ  สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

   อีกจิปาถะ   

ดูทั้งหมด »
 
   



 
   



 
 
» ในแต่ละวันท่านใช้สื่อสังคมออนไลน์ใดมากที่สุด
 
  youtube
  facebook
  line
  instagram
   
      » ดูผลโหวต
More Link »
สาระน่ารู้
 
เพราะแม้ว่าจะเป็นโรคที่ไม่สามารถมองเห็นหรือไม่รู้สึกเจ็บปวดได้อย่างชัดเจน ในขณะที่มวลกระดูกกำลังลดลงเรื่อย ๆ จากภาวะกระดูกพรุน แต่เรียกได้ว่าเป็น “ภัยเงียบ” ที่ก่อให้เกิดภาวะที่รุนแรงตามมาจากอาการกระดูกหักได้ เพราะความเปราะบางของกระดูก ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บ ภาวะกระดูกหักซ้ำ (Capture the Fractures) ทุพพลภาพ และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในที่สุด
 
 
   โดยปกติแล้ว ตั้งแต่วัยเด็ก กระดูกในร่างกายจะมีการสร้างเซลล์ใหม่และสลายเซลล์กระดูกเก่าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอัตราการสร้างเซลล์กระดูกใหม่จะมีสูงมาก ต่อมาเมื่ออายุ 25-40 ปี อัตราการสร้างกระดูกและสลายกระดูกจะเท่ากันอยู่ในภาวะสมดุล จนกระทั่งเมื่ออายุ 40-50 ปีขึ้นไป อัตราการสลายกระดูกจะเริ่มมากกว่าการสร้างเซลล์กระดูก หมายความว่า มวลกระดูกจะค่อย ๆ ลดจำนวนลง โครงสร้างภายในของกระดูกจะถูกทำลายจนเกิดเป็นรูพรุนลักษณะคล้ายกับฟองน้ำ เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนขึ้น โดยมีสัญญาณที่สามารถสังเกตได้ เช่น อาการปวดตามบริเวณเอว หลัง ข้อมือ หรือรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงไป หลังโก่ง ไหล่งุ้ม หรือเตี้ยลง เป็นต้น โดยกระดูกบริเวณที่พบว่ามีโอกาสหักได้บ่อย ได้แก่ กระดูกหลัง กระดูกสะโพก กระดูกข้อมือ อัตราการเกิด
 
 
  โรคกระดูกพรุนในผู้หญิงจะมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงช่วงวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีส่วนช่วยในการสร้างกระดูกจะลดต่ำลงมาก จึงทำให้เกิดภาวะสลายเซลล์กระดูกมีมากกว่าการสร้างเซลล์กระดูก
 
 
   จากระบบการแพทย์และสาธารณสุขที่มีการพัฒนามากขึ้นกว่าในอดีต ทำให้อัตราเฉลี่ยของอายุคนไทยจะยืนยาวมากขึ้น มีการคาดการณ์ว่า ในปี พ.ศ.2593 คนไทยจะมีอายุเฉลี่ยจากปัจจุบัน 74 ปี เป็น 84 ปี และคาดการณ์ว่า 1 ใน 5 ของผู้หญิงช่วงอายุ 40-80 ปี จะมีภาวะของโรคกระดูกพรุน มีความชุกของโรคกระดูกพรุนที่บริเวณกระดูกต้นขาและกระดูกบั้นเอว ในผู้หญิงอายุมากกว่า 40 ปี ถึงร้อยละ 13.6 และมีอุบัติการณ์ของภาวะกระดูกสะโพกหักในผู้หญิงผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป จำนวนเฉลี่ย 368 คนใน 1 แสนคนต่อปี ผู้ชายมีจำนวนเฉลี่ย 136 คนใน 1 แสนคนต่อปี โดยมีความสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตหลังจากกระดูกสะโพกหักร้อยละ 2.1 ของผู้ที่อยู่ในช่วงการรักษาในโรงพยาบาล และมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 ในช่วง 1 ปีแรก นอกจากนี้แล้ว ยังมีจำนวนผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน ที่ไม่ได้รับการดูแลในเรื่องการบริโภคแคลเซียม การได้รับวิตามินดี หรือการออกกำลังกายที่เพียงพอ รวมถึงการไม่ได้รับยาในกลุ่มที่ช่วยลดการทำลายกระดูก (Antiresorptive agents)
 
 
  รายงานข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) ระบุว่ามีจำนวนผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนเพิ่มสูงขึ้นมากในทุก ๆ ปี ประมาณร้อยละ 50 ของผู้ที่กระดูกหักหนึ่งจุดอันเนื่องมาจากโรคกระดูกพรุนก็จะมีโอกาสเกิดภาวะกระดูกหักซ้ำเพิ่มได้อีกในบริเวณอื่น ด้วยจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ ทำให้มูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติ (International Osteoporosis Foundation หรือ IFO) กำหนดให้วันที่ 20 ตุลาคมของทุกปี เป็น “วันโรคกระดูกพรุนโลก” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักและใส่ใจปกป้องสุขภาพกระดูกและกล้ามเนื้อของตนเองให้มากขึ้น
 
 
    นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับ ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ร่วมกันหารือถึงความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ พัฒนาระบบบริการแก่ประชาชน และความร่วมมืออื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ รวมถึงร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมขึ้น ซึ่งในปีนี้ได้จัดตั้งโครงการรณรงค์ลดการหักซ้ำของกระดูกสะโพกในผู้สูงอายุ เนื่องจากปัญหาการหักซ้ำของกระดูกสะโพก อันเนื่องมาจากภาวะโรคกระดูกพรุน สามารถนำไปสู่ความพิการและเสียชีวิตในอัตราที่สูง ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในการป้องกันซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะสามารถนำไปดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น
 
 
   โครงการรณรงค์ลดการหักซ้ำของกระดูกสะโพกในผู้สูงอายุ ได้แนะแนวทางการดูแลสะสมมวลกระดูกให้กระดูกแข็งแรง ไม่แตกหักง่าย ด้วยการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่ นม โยเกิร์ต ถั่วเหลือง ถั่วเขียว งาดำ งาขาว ปลาตัวเล็กที่รับประทานทั้งกระดูก กุ้งแห้ง กะปิ รวมถึงผักใบเขียว เช่น คะน้า ตำลึง บรอคโคลี่ ต้องได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอ เพราะโปรตีนเป็นส่วนสำคัญของกล้ามเนื้อด้วยเช่นกัน หากผู้สูงอายุที่ได้รับโปรตีนน้อยลง จะทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะกล้ามเนื้อล้าอ่อนแรง มวลกล้ามเนื้อลดลง เมื่อเกิดอุบัติเหตุหกล้ม อาจจะทำให้กระดูกหักได้ และถึงควรได้รับวิตามินดีจากแสงแดดในช่วงเช้าหรือช่วงที่แดดไม่จัดเกินไป เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กระดูกแล้ว ยังช่วยการดูดซึมแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการออกกำลังกายที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง เป็นการป้องกันไม่ให้กระดูกแตกหักง่าย
 
 
 
 
 
 
ที่มา :  https://www.prachachat.net/d-life/news-58184
 
ส่วนจัดการทรัพยากร ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0-2354-5730-40 ต่อ 114,115 แฟกซ์. 0-2354-5724
ติดต่อ webmaster:webmaster@cet-media.com เช็คอีเมล์