สวัสดีค่ะ  อีกไม่กี่วันงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 22  (BOOK EXPO THAILAND 2017)  ก็จะเริ่มแล้วนะคะ  งานก็จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2560 ไปจนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2560  ตั้งแต่เวลา 10-21 น.  ในปีนี้ก็ยังคงจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อีกเช่นเคยค่ะ  
        ในงานก็จะมีสื่อการศึกษาและหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ให้เลือกซื้อเลือกหาในราคาพิเศษ  พร้อมทั้งมีการร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายภายในงาน   นอกจากนี้ ท่านยังได้พบกับนักเขียนชื่อดังมากหน้าหลายตา  ท่านใดสนใจก็ไปเลือกซื้อเลือกหาได้นะคะ
         สำหรับศูนย์ฯของเรา แม้ไม่ได้ไปออกบูธเช่นที่ผ่านมา   แต่เราก็มีสื่อการศึกษาให้บริการมากมาย  สนใจก็ดูรายชื่อในเว็บไซต์นี้แล้วติดต่อมาที่ศูนย์ได้เลยนะคะ  สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

   อีกจิปาถะ   

ดูทั้งหมด »
 
   



 
   



 
 
» ในแต่ละวันท่านใช้สื่อสังคมออนไลน์ใดมากที่สุด
 
  youtube
  facebook
  line
  instagram
   
      » ดูผลโหวต
More Link »
สาระน่ารู้
 
ระบุมีใช้ไม่มีวันหมด ทั้งยังช่วยลดต้นทุนการจัดส่งยานอวกาศจากโลกไปยังดาวอังคารได้อีกด้วย
 
 
   รายงานผลการวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการ พลาสมา ซอร์เซส ไซนซ์ แอนด์ เทคโนโลยี เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่า กระบวนการผลิตออกซิเจนจากการแตกตัวของพลาสมาขึ้นใช้เองบนดาวอังคาร นอกจากจะช่วยให้โครงการตั้งอาณานิคมมนุษย์ขึ้นมีความเป็นไปได้และยั่งยืนแล้ว ยังสามารถช่วยลดปริมาณสัมภาระที่ยานอวกาศจำเป็นต้องขนขึ้นไปจากโลก ซึ่งเท่ากับเป็นการลดการใช้พลังงานเพื่อขับเคลื่อนจรวดที่เป็นการลดต้นทุนเชื้อเพลิงที่เป็นต้นทุนหลักของการส่งยานอวกาศลงด้วยนั่นเอง
 
 
   วาสโก กูเอร์รา นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยลิสบอน ซึ่งเป็นผู้เขียนหลักของงานวิจัยชิ้นนี้ เป้าหมายหลักของงานวิจัยคือการสร้างสภาวะแวดล้อมที่หายใจได้เพื่อการสำรวจดาวอังคาร โดยใช้นักบินอวกาศที่จะเป็นขั้นตอนสำคัญต่อไปของมนุษยชาติ การผลิตออกซิเจนใช้เองบนดาวอังคารทำให้โครงการสำรวจโดยมนุษย์นั้นสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง ลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับลูกเรือของยาน และลดต้นทุนลง
 
 
   ทีมวิจัยเสนอวิธีการ 2 แบบ เพื่อก่อให้เกิดการแตกตัวของโมเลกุลก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซธรรมชาติที่เป็นองค์ประกอบเกือบทั้งหมด หรือราว 96 เปอร์เซ็นต์ของบรรยากาศของดาวอังคาร ให้กลายเป็นออกซิเจนและคาร์บอนมอนอกไซด์ แบบแรกนั้นใช้วิธีการยิงอิเล็กตรอนของพลาสมาเข้าใส่โมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่ออาศัยแรงกระทบดังกล่าวทำให้โมเลกุลแตกตัวออกเป็นออกซิเจนและคาร์บอนมอนอกไซด์ดังกล่าว
 
 
   แบบที่ 2 ใช้วิธีการกระตุ้นโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยการเขย่าหรือสั่นจนถึงระดับที่การเขย่าดังกล่าวทำให้โมเลกุลแตกตัวออก อุณหภูมิบนดาวอังคารโดยเฉลี่ยอยู่ที่ -63 องศาเซลเซียส จะช่วยชะลอการเกิดปฏิกิริยาของโมเลกุล ซึ่งทำให้การแตกตัวเกิดขึ้นได้ช้าลง ทำให้กระบวนการผลิตออกซิเจนแบบนี้กินเวลามากขึ้นนั่นเอง
 
 
   วาสโก กูเอร์รา ยอมรับว่า สิ่งที่ทีมวิจัยยังไม่ชัดเจนจนกว่าจะมีการทดลองในสภาวะแวดล้อมจริงบนดาวอังคารก็คือ ภายใต้สภาพแวดล้อมของดาวอังคาร ออกซิเจนที่ผลิตขึ้นสามารถคงรูปออกซิเจนอยู่ได้นานเพียงใด เช่นเดียวกับที่ทีมวิจัยก็ยังไม่ค้นคว้าลึกลงไปว่าจำเป็นต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงจะสามารถผลิตออกซิเจนในปริมาณที่เพียงพอต่อการหายใจได้โดยปกติของมนุษย์ แม้กระทั่งในสถานที่จำกัดขนาดเล็ก อย่างฐานปฏิบัติการสำรวจของมนุษย์อวกาศด้วยเช่นกัน ซึ่งจำเป็นต้องค้นคว้าวิจัยต่อไป
 
 
   แต่ที่แน่ใจก็คือ นอกจากจะได้ออกซิเจนสำหรับหายใจได้โดยไม่ต้องพึ่งชุดอวกาศอยู่ตลอดเวลาแล้ว  คาร์บอนมอนอกไซด์ที่ผลิตได้ควบคู่กันในกระบวนการผลิตนี้ก็ยังนำไปใช้เป็นส่วนผสมของเชื้อเพลิงจรวดได้อีกด้วย
 
 
 
 
 
 
ที่มา:  มติชนออนไลน์
          https://www.prachachat.net/spinoff/science-technology/news-62894
 
ส่วนจัดการทรัพยากร ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0-2354-5730-40 ต่อ 114,115 แฟกซ์. 0-2354-5724
ติดต่อ webmaster:webmaster@cet-media.com เช็คอีเมล์