สวัสดีค่ะ  อีกไม่กี่วันงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 22  (BOOK EXPO THAILAND 2017)  ก็จะเริ่มแล้วนะคะ  งานก็จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2560 ไปจนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2560  ตั้งแต่เวลา 10-21 น.  ในปีนี้ก็ยังคงจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อีกเช่นเคยค่ะ  
        ในงานก็จะมีสื่อการศึกษาและหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ให้เลือกซื้อเลือกหาในราคาพิเศษ  พร้อมทั้งมีการร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายภายในงาน   นอกจากนี้ ท่านยังได้พบกับนักเขียนชื่อดังมากหน้าหลายตา  ท่านใดสนใจก็ไปเลือกซื้อเลือกหาได้นะคะ
         สำหรับศูนย์ฯของเรา แม้ไม่ได้ไปออกบูธเช่นที่ผ่านมา   แต่เราก็มีสื่อการศึกษาให้บริการมากมาย  สนใจก็ดูรายชื่อในเว็บไซต์นี้แล้วติดต่อมาที่ศูนย์ได้เลยนะคะ  สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

   อีกจิปาถะ   

ดูทั้งหมด »
 
   



 
   



 
 
» ในแต่ละวันท่านใช้สื่อสังคมออนไลน์ใดมากที่สุด
 
  youtube
  facebook
  line
  instagram
   
      » ดูผลโหวต
More Link »
สาระน่ารู้
 
ชื่อว่า ซี/2017 ยู 1 แพนสตารรส์ (C/2017 U1 PANSTARRS) ทั้งนี้ ดาวหางมีแห่งกำเนิดใหญ่ ๆ สองแห่ง แห่งแรกเป็นแถบรูปวงแหวนกว้างใหญ่ล้อมรอบดวงอาทิตย์อยู่ที่ระยะพ้นวงโคจรของดาวเนปจูนออกไป เรียกว่าแถบไคเปอร์ ดาวหางที่มาจากแถบนี้จะเป็นดาวหางคาบสั้น นั้นคือโคจรรอบดวงอาทิตย์รอบหนึ่งใช้เวลาต่ำกว่า 200 ปี
 
 
   แหล่งกำเนิดดาวหางอีกแห่งหนึ่งคือ เมฆออร์ต เป็นบริเวณทรงกลมขนาดมหึมาล้อมรอบระบบสุริยะ มีรัศมีแผ่ไปไกลถึง 2 ปีแสง ดาวหางที่มีต้นกำเนิดมาจากเมฆออร์ตเป็นดาวหางคาบยาว นั่นคือโคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยคาบมากกว่า 200 ปี บางดวงอาจนานถึงหลายแสนหลายล้านปี บางดวงอาจผ่านมาครั้งเดียวไม่กลับมาอีกเลย 
 
 
  ทั้งแถบไคเปอร์ และเมฆออร์ต ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบสุริยะ ดังนั้นดาวหางไม่ว่าจะมาจากแหล่งใดในสองแหล่งนี้ก็ยังคงถือว่าเป็นสมาชิกของระบบสุริยะของเรา
 
 
   การสำรวจดาวหางอย่างละเอียด ทำให้ทราบว่า ดาวหางแต่ละดวงมีวงโคจรเป็นอย่างไร มีคาบเท่าใด ซึ่งก็จะทราบได้ว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ใด แต่เมื่อนักดาราศาสตร์สำรวจดาวหาง ซี/2017 ยู 1 แพนสตารรส์ ที่เพิ่งพบใหม่นี้ ก็พบว่าดาวหางดวงนี้ไม่เหมือนดวงอื่น ๆ ที่เคยพบมา
 
 
   ดาวหาง ซี/2017 ยู 1 แพนสตารรส์ มีความรีของวงโคจร 1.2 แสดงว่า เคลื่อนที่เป็นเส้นโค้งแบบไฮเพอร์โบลาที่เปิดกว้างมาก ยิ่งกว่านั้นยังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเกือบ 26 กิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งเร็วกว่าความเร็วหลุดพ้นของระบบสุริยะมาก นักดาราศาสตร์จึงสันนิษฐานว่า ดาวหางดวงนี้อาจมีที่มาจากนอกระบบสุริยะของเรา นั่นคือมาจากระบบสุริยะอื่น เป็นดาวหางต่างด้าว
 
 
  โทนี ดันน์ ได้สร้างแบบจำลองเพื่อสืบสาวต้นกำเนิดของดาวหางดวงนี้ พบว่าอาจมาจากทิศทางของกลุ่มดาวพิณ
 
 
   ดาวหาง ซี/2017 ยู 1 มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 400 เมตร ถูกค้นพบเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2560 ขณะที่พบอยู่ห่างจากโลก 30 ล้านกิโลเมตร และเข้าใกล้โลกที่สุดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมโดยอยู่ห่างจากโลก 60 เท่าของระยะโลก-ดวงจันทร์ ขณะนี้ดาวหางดวงนี้ได้ผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดไปแล้วและกำลังถอยห่างออกไปด้วยความเร็ว 44 กิโลเมตรต่อวินาที โดยมุ่งหน้าไปยังกลุ่มดาวม้าบิน และจะหลุดออกจากระบบสุริยะในที่สุดโดยไม่วกกลับมาอีก
 
 
   จนถึงขณะนี้ยังไม่อาจยืนยันได้ว่าดาวหางดวงนี้มาจากระบบสุริยะอื่นจริงหรือไม่ แต่ถ้าหากใช่ นี่ก็จะเป็น “ดาวหางพลัดถิ่น” ดวงแรกที่ถูกค้นพบ นักดาราศาสตร์ยังคงจับตามองดาวหางดวงนี้ต่อไป
 
 
   ข้อมูลล่าสุด สหพันธ์ดาราศาสตร์สากลได้เปลี่ยนชื่อวัตถุนี้เป็น เอ/2017 ยู 1 (A/2017 U1) เนื่องจากการสำรวจไม่พบว่าแสดงสมบัติของดาวหางแต่อย่างใด คาดว่าอาจเป็นวัตถุคล้ายดาวเคราะห์น้อย
 
 
 
 
 
 
ที่มา:  มติชนออนไลน์
          https://www.prachachat.net/spinoff/science-technology/news-62181
 
ส่วนจัดการทรัพยากร ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0-2354-5730-40 ต่อ 114,115 แฟกซ์. 0-2354-5724
ติดต่อ webmaster:webmaster@cet-media.com เช็คอีเมล์